วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพหายาก !

ขอนำภาพบังเอิญ และภาพหายาก แห่งปี 2013 มาฝากกันค่ะ ภาพเหล่านี้ ฝรั่งเรียกว่าเป็นความบังเอิญที่เพอร์เฟค โดยภาพบังเอิญเหล่านี้ ล้วนหาชมได้ยาก เพราะเป็นการถ่ายที่บังเอิญได้จังหวะเหมาะมากๆ และไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ไม่ว่าจะ มุมเหมาะ เวลาเหมาะ จังหวะเหมาะ บางภาพก็สวย แปลก หรือฮากระจายเลยทีเดียว มาชมกันเลยดีกว่าค่ะ
ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 1
พระจันทร์นะตัวเอง ไม่ใช่ห่วงที่ 6
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by REUTERS/Luke MacGrego (via Reuters Olympics on Facebook)

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 2
ประกายสายฟ้าเทพีเสรีภาพ
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by JAY FINE (via The Big Picture)

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 3
ขอมือเธอหน่อย
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by MARCO QUERAL (via Daily Mail)

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 4
เอ้ย นั่นมันไอติมของช้านนนน
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Jorn Kessels | Foto Kessels on Facebook

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 5
เคลือบด้วยน้ำ
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by ADAM PRETTY (via Photo Blog on NBC News)

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 6
อ่างล้างจานนะ
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Liammm on Reddit

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 7
1 2 3 ตู้ม !
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph via RedditorJoker on Reddit

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 8
ธรรมชาติที่สวยงาม
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Sindri Skulason on Flickr

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 9
ไม่ต้องเป็นนักบินอวกาศก็ไปเหยียบดวงจันทร์ได้
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Frode Sandbech

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 10
บังเอิญที่ไม่ธรรมดา ฟ้าผ่า และ สายรุ้ง
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Florian Schuppel | Florian Schuppel Photography on Facebook

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 11
อุปส์ !
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by heuristicus on Reddit

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 12
แปลงร่างเป็นมนุษย์ปลา
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Nick Kelly

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 13
ไม่ว่าจะเดือนจะดาว โอบาม่าจะหามาให้
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by CAROLYN KASTER (via The Atlantic: In Focus)

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 14
หอไอเฟลโดนเกี่ยว !
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by PDP-11 on Reddit

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 15
ถ่ายตอนนี้ ผมก็แย่ดิคร้าบบบบ
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph via Bored Panda

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 16
ตั๊กแตนปั่นจักรยาน !
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Tustel Ico

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 17
อ๊ะ มงกุฎของเค้า
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph via BuzzFeed

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 18
อ๊ากส์...
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Kathy Keatley Garvey

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 19
ทุ่มสุดตัว
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by STEPHANE DUCANDAS (via The Telegraph)

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 20
หยึย เซลลูไลท์กระเพื่อม !
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph via nthensome on Reddit

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 21
น่าสงสารแบคกราวด์จัง
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Bored Panda

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 22
ฝูงโลมา เอ้ย นก
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph via hmistry on Reddit

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 23
เครื่องบินไป เหยี่ยวสวน
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by PAM MULLINS (via The Telegraph)

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 24
ฮู้ย...
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Michael Swaine @ AbovePhotograph.com.au

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 25
พอดีเลยเธอ
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Wilma Hurskainen

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 26
เดาะพระจันทร์
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Waleed Almotar

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 27
อุ้ย นี่เท้านะ ไม่ใช่หน้า หน้าม้วนอยู่
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by MARTIN BERNETTI (via rusrep.ru)

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 28
เค้าเติมหนวดให้นะตะเอง
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph via CollegeHumor

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 29
แหม่ กราฟฟิคมาพอดี
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph via postnatald on Reddit

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 30
บั้นท้ายอันร้อนแรง !
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph via Deeman9 on Reddit

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 31
เล่นรถจากมุมสูง
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Aleksandr Malin


ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 32
ใต้น้ำ บนน้ำ
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Dustin Humphrey @ Deus Ex Machina

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 33
โหว่พอดี
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Tea Kolo on Flickr

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 34
หนีบพระจันทร์
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by BRUNO GERBER (via Huffington Post)

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 35
เต่าทองน้อย กับ ดอก Dandelion
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Lentilcia on deviantART

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 36
จ๊ะเอ๋ แขกไม่ได้รับเชิญ
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Melissa Brandts

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 37
ถ้ำดวงตา
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Lynn Sessions | dreambreeze.com

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 38
ฟลามิงโก้ แปรอักษร เป็น ฟลามิงโก้ !
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Robert Haas

ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 39
ซารังเฮโย
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by EthosExcelsior on Reddit
ภาพบังเอิญ ภาพหายาก 40
เครื่องบินตดอ๊ะป่าว
40 สุดยอดภาพบังเอิญ ภาพห
Photograph by Ensign John Gay/U.S. Navy
 
by Riya www.eduzones.com
photo :  twistedsifter.com

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

20 คนเหนือมนุษย์

ถ้าพูดคำว่า “คนเหนือมนุษย์” หลายคนคงจะนึกถึงเหล่าซุเปอร์ฮีโร่ในหนังหรือการ์ตูนวัยเด็กที่เคยผ่านตา หรือแม้กระทั่งเคยจินตาการให้ตัวเองเป็นฮีโร่ตัวนั้นๆ แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าในชีวิตจริงจะมีมนุษย์ที่มีบางสิ่งบางอย่างที่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ด้วยสามารถในด้านต่างๆที่สุดเจ๋ง เราจะพาไปดูกันว่าพวกเค้าเหล่านั้นเป็นใครกันและมีความสามารถแบบนั้นได้อย่างไร


1.Ma Xiangang (สามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้)

ความบังเอิญเพราะวันหนึ่งนาย Xiangang ได้พยายามซ่อมทีวีที่เสียและบังเอิญมือของเขาดันไปโดนสายไฟที่ยังมีไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ แต่แทนที่เขาจะถูกช็อตจนไหม้เกรียม เค้ากลับไม่มีความรู้สึกเจ็บสักนิด และด้วยความสงสัยเค้าเลยไปทดสอบความสามารถของตนเองอีกครั้งด้วยการจับสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว และเค้าก็ต้องประหลาดใจ เพราะนอกจากจะไม่ถูกไฟฟ้าช็อตแล้วเค้ายังไม่รู้สึกเจ็บโดยผิวหนังของเขาสามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าคนทั่วไป 7-8 เท่า


2.Dean Karnazes (ชายที่ไม่มีวันเหนื่อย)


    พลังพิเศษของเขา คือ สามารถวิ่งมาราธอนได้ถึง 50 รายการใน 50 รัฐ เป็นเวลา 50 วันนอกจากนั้นเขายังวิ่งในระยะทาง 350 ไมล์ (563กิโลเมตร) ในเวลา 3 วันติดต่อกันโดยไม่หยุดพัก ได้มีการทดสอบร่างกายของนาย Dean ว่าทำไมร่างกายเขาจึงสามารถทนทานการออกกำลังกายได้มากกว่าคนทั่วไป และผลการทดสอบพบว่า ถ้าเป็นคนปกติหลังจากการวิ่งมาราธอนกล้ามเนื้อจะได้รับความเสียหายประมาณ 2,400 CPK แต่นาย Dean กลับมีค่าความเสียหายเพียง 447 CPK เท่านั้น สำหรับผลสรุปการทดสอบออกมาได้ว่า ถ้าเขายังคงอยู่ในสภาพนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาจะสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 7-10 นาที ต่อไมล์ไปได้เรื่อยๆ ตลอดกาล


3.Stephen Wiltshire (มีความสามารถที่ไม่มีวันลืมสิ่งที่เห็น)



    Stephen Wiltshire สามารถวาดภาพทิวทัศน์ของประเทศและเมืองต่างๆ จากความทรงจำเท่านั้น เขาสามารถจดจำทุกๆ รายละเอียดได้ แม้ะจะดูแค่เพียงแว้บเดียว และจนถึงทุกวันนี้เค้าก็ยังจดจำภาพที่เขาเคยเห็นได้ทุกภาพ Stephen เป็นคนที่มีอาการของโรคออทิสติก แต่เขาก็มีสิ่งที่ทดแทนกันได้นั่นคือ ความสามารถในการจดจำและเขายังเคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปดูทิวทัศน์จากด้านบนของเมือง New York ขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์และรายละเอียดได้ ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์


4.Kim Peek (ความสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้)


    เขาสามารถจำเนื้อหาในหนังสือทั้งหมดที่เคยอ่านได้ จำนวน 12,000 เล่มได้ โดยเขาสามารถอ่านได้ทีละ 2  หน้าพร้อมๆกัน ตาซ้ายอ่านหน้าซ้ายตาขวาอ่านหน้าขวา เขายังสามารถจดจำทุกสิ่งที่เคยได้พบเจอมาตลอดชีวิตด้วยลายละเอียดที่ถูกต้องถึง 98 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่สภาพอากาศที่ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นาย Kim มีความสามารถนี้เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้พื้นที่ความจำของเขามีขนาดใหญ่กว่าคนปกติ โดยนาย Kim Peek เสียชีวิตในปี 2009


5.Wim Hof (มีความสามารถในการต้านทานความเย็น)


    ชายผู้นี้มีความสามารถพิเศษในการต้านทานความหนาวเย็น เพราะความเย็นไม่สามารถทำอะไรร่างกายเขาได้เลย ซึ่งเคยมีการทดลองโดยให้เขาดำน้ำเย็นจัด ที่สามารถฆ่าคนปกติได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่ปรากฏว่าอุณหภูมิในร่างกายเขาแทบจะไม่ลดลงเลย ซึ่งเขาสามารถทำได้แม้กระทั่งปีนเทือกเขาเอเวอร์เรสโดยใส่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว โดยนาย Wim Hof บอกว่าความสามารถของเค้าได้มาจากการทำสมาธิ


6.Isao Machii (สุดยอดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์)


    ซามูไรผู้ที่มีปฏิกิริยารีเฟร็กซ์(ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง)ที่ยอดเยี่ยมโดยสามารถตัดสิ่งของต่างๆด้วยดาบซามูไรให้ขาดครึ่งได้แม้จะเป็นของเล็กๆ หรือกระทั่งตัดลูกกระสุนปืนอัดลมให้ขาดครึ่งเพราะเป็นความสามารถแบบนี้เราจะพบเจอได้แค่ในหนังเท่านั้น โดยความสามารถของเขาถูกอธิบายไว้ว่า เป็นความสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของสิ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขา และใช้สัมผัศแบบอื่นนอกเหนือจากการมองเห็น โดยเป็นระบบประมวลผลการรับรู้ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปกว่าในคนทั่วไป


7.Saul Aaron Kripke (ฉลาดจน Harvard เชิญให้ไปเป็นอาจารย์สอนขณะที่เรียนอยู่ไฮสคูล)



    Kripke เริ่มศึกพีชคณิตเมื่อตอยอยู่เกรด 4 และพอจบชั้นประถมก็เรียนรู้เรขาคณิต และ แคลคิวลัสจนทะลุปรุโปร่ง จึงหันไปสนใจปรัชญา โดยเขียนบทความหลายชิ้นทั้งในเรื่องของอรรถศาสตร์ (semamtics) และตรรกวิทยาแบบ Modal Logic ในขณะที่อายุเพียง 16 ปี และหนึ่งในผลงานด้านตรรกวิทยานั้นทำให้ได้รับจดหมายเชิญจากภาควิชาคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชิญชวนให้เขาไปเป็นอาจารย์ ซึ่งเค้ากลับตอบปฏิเสธไปโดยให้เหตุผลว่า “แม่ผมบอกว่าให้ผมเรียนจบไฮสคูลและมหาวิทยาลัยเสียก่อนดีกว่า” Kripke ยังได้รับรางวัล Shock Prize ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านปรัชญาที่เทียบได้กับรางวัลโนเบล และในปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่


8.Akrit Jaswal (สามารถเป็นศัลยแพทย์ด้วยวัยเพียง 7 ขวบ)



    “เด็กผู้ชายที่ฉลาดที่สุดในโลก” เพราะมี IQ ถึง 146 และได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดเด็กๆที่อายุเท่าๆกัน และในปี 2000 เค้าได้ทำการรักษาคนไข้คนแรกที่บ้านของตัวเองด้วยวัยเพียง 7 ขวบ ซึ่งคนไข้เป็นเด็กอายุ 8 ขวบที่มีฐานะยากจน มือของเธอถูกๆไฟลวกทำให้นิ้วมือกำแน่นติดกัน ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่เคยได้เรียนวิชาทางแพทย์อย่างเป็นทางการ และยังไม่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดใดๆ แต่เขาก็สามารถทำให้นิ้วมือของเด็กหญิงคลายออกมาได้และใช้มือได้เป็นปกติอีกครั้ง โดยขณะนี้ Akrit กำลังเรียนเรียนปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์อยู่ที่วิทยาลัย Chandigarth และยังเป้นนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดที่มหาวิทยาลัยอินเดียเคยรับเข้าเรียน


9.Gregory Smith (ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อมีอายุเพียง 12 ขวบ)


    Gregory สามารถอ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 10 ขวบเท่านั้น และเด็กหนุ่มคนนี้ตัดสินใจออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพและสิทธิเด็ก และได้ก่อตั้ง International Youth Advocates ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนหลักการแห่งสันติภาพและความเข้าอกเข้าใจระหว่างเยาวชนทั่วโลก เขาเคยได้พบกับผู้นำคนสำคัญอย่าง Bill Cliton และ Mikhail Gorbachev และยังเคยปฐกถาต่อหน้าที่ประชุม UN อีกด้วย จากการทำงานด้านมนุษยธรรมนี้ ทำให้เขาได้ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง 4 ครั้ง


10.Kim Ung – Yong ( จบปริญญาเอกตอนอายุ 15 และมีไอคิวสูงที่สุดในโลก)


    ถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย Guinness Book of World Records บันทึกว่าเค้ามี IQ สูงที่สุดในโลกคือสูงกว่า 210 สามารถอ่านภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน และอังกฤษ ได้ตั้งแต่ 4 ขวบ และตอนครบ 5 ขวบก็สามารถแก้โจทย์ แคลคิวลัส ที่ซับซ้อนได้ และยังได้เป็นนักเรียนรับเชิญในชั้นเรียนวิชาฟิสิฟส์ที่มหาวิทยาลัย  Hanyang ตั้งแต่อายุ 3-6 ขวบพออายุ 7 ขวบ NASA ก็เชิญเค้าไปที่อเมริกาและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Colorado ในปี 1974 จนได้ Ph.D ด้านฟิสิกส์ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 ปี โดยระหว่างที่เรียนเขาก็เริ่มทำงานวิจัยที่ NASA ไปด้วย และทำต่อมาตลอดจนกระทั่งกลับเกาหลีจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนสาขาจากฟิสิฟส์ไปเป็นวิศวกรรมโยธาและศึกษาจนได้รับปริญญาเอก


11.Liew Thow Lin (มนุษย์แม่เหล็ก)


    พลังพิเศษของเขาคือ สามารถดูดสิ่งของโลหะไว้ที่ตัวได้ แต่เหล่าผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย Universiti Teknologi Malaysia ได้ทำการทดลองและอธิบายไว้ว่า นาย Liew Thow Lin ไม่ได้มีพลังแม่เหล็กหรือไฟฟ้าสถิตที่บริเวณผิวหนังแต่อย่างไร แต่สาเหตุของความสามารถนี้เกิดจากผิวหนังของเขานั้นมีแรงดูดมากกว่าคนธรรมดา นอกจากนายคนนี้จะมีพลังแรงดูดแล้วหลายชายและลูกชายเขาก็ยังได้รับพลังพิเศษจากเขาอีกด้วย


12.Michel Lotito (จอมเขมือบ)


    เป็นชื่อของผู้ที่มีพลังวิเศษด้านหารเขมือบได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าไม่ว่าจะเป็นเหล็ก ไม้ แก้ว หรือแม้แต่สารพิษต่างๆ โดยไม่มีอาการระคายเคืองใดๆ เกิดขึ้นเลย โดยที่นาย Michel ค้นพบพลังพิเศษตอนอายุ 9 ขวบ โดยของสิ่งแรกที่เค้ากินคือ ทีวี และปีต่อมาเค้าก็เริ่มแสดงตามข้างถนน โดยการกินรถจักรยานทั้งคันและในที่สุด ชื่อของเขาก็ได้ถูกบันทึกลงกินเนสบุ๊กส์เรียบร้อยเมื่อเขากินเครื่องบินหมดทั้งลำโดยใช้เวลาประมาณ 2 ปี


13.Tim Cridland (จอมทรมาน)


    นาย Tim เป็นนักแสดงโชว์ในคณะละครสัตว์ซึ่งการแสดงของเขาก็มีแต่ที่น่าเสียวๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการกลืนดาบ การนอนลงบนตะปูแล้วให้รถมาทับ การเดินบนไฟด้วยเท้าเปล่า หรือแม้แต่กระทั่งการเอาเหล็กแหลมมาทิ่มส่วนต่างๆ ของร่างกายแล้วปล่อยกระแสไฟไหลผ่านเหล็กพวกนั้น โดยที่เค้าไม่มีการร้องหรือแสดงสีหน้าถึงความเจ็บปวดเลยซักครั้งเดียว ใช่ว่านาย Tim จะไม่รู้สึกอะไรเลยนะ เพียงแต่ว่าประสาทที่รับส่วนความเจ็บปวดของเขาสามารถทนได้สูง


14.Daniel Browning Smith (มนุษย์ยางยืด)


    มนุษย์ยางยืดคนนี้ไม่ใช่สามารถยืดแขนขาออกมาได้นะ เพียงแต่ว่าเขาสามารถทำตัวอ่อนได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยได้รับการบันทึกลงใน Guinness Book of World Records ว่าเป็นคนที่ตัวอ่อนแบบไก่ไร้กระดูกที่สุดในโลก จึงทำให้เขากลายเป็นคนดังในพริบตา ซึ่งเขาได้ออกรายการดังๆ หลายรายการอย่างเช่น Oprah Winfrey, The Discovery Channel, Ripley’s Believe it or Not, American got talent


15.Ben Underwood (Sonarman)


    ด้วยคุณสมบัติที่เหมือนกับ Daredevil ซูเปอร์ฮีโร่ตาบอดผู้ใช้เสียงสะท้อนแทนการมองเห็น เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนอายุได้ 3 ขวบ เขาได้เสียดวงตาทั้ง 2 ข้าง ไปเพราะมะเร็ง แต่ Ben ก็ยังสามารถใช้ชีวิตปกติได้โดยไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเล่นบาส ปั่นจักรยาน และอีกหลายอย่างมากมาย โดยไม่ต้องใช้มือคลำ หรือใช้สุนัขนำทางเลย สาเหตุที่เป็นแบบนี้ เพราะว่าเขาฝึกตัวเองตอนเด็กๆ โดยการใช้เสียงสะท้อนจากการดีดลิ้นให้ดัง กล๊อก สะท้อนไปยังวัตถุที่อยู่ข้างหน้าและสะท้อนกลับมาหาเขานั่นเอง


16. Masutatsu Oyama (หัตถ์เทวะ)


    นาย Masutatsu เกิดที่เกาหลีใต้ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่น และเรียนศิลปะการต่อสู้คาราเต้ ซึ่งผลงานที่ทำให้เขามีชื่อเสียงก็คือ การฆ่าวัวด้วยมือเปล่า ซึ่งมีวัวที่ถูกฆ่าไปทั้งหมด 52 ตัว และแต่ละตัวนี่ไซส์ระดับบิ๊กๆทั้งนั้น โดยนาย Masutatsu ยังเคยทดสอบตัวเองโดยการปะลองตัวต่อตัวกับศัตรูหลากหลายรูปแบบ โดยการปะลองนี้ใช้เวลาแข่งกันเพียง 2 นาทีเท่านั้น และถ้าใครชนะก็จะได้อยู่บนสังเวียนต่อไปและจะต้องเจอคู่ต่อสู้ใหม่ไปเรื่อยๆ และ Masutatsu ก็สามารถจัดการคู่ต่อสู้ไปได้ทั้งหมดถึง 300 คน ในเวลา 3 วัน


17.Elaina Smith (ผู้ให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตอายุ 7 ขวบ)


    สถานีวิทยุท้องถิ่นได้เสนองานให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตกับหนูน้อย Elaina เมื่อเธอโทร. เข้ามาให้คำแนะนำกับหญิงสาวคนหนึ่งที่โทร. มาปรึกษาเรื่องถูกแฟนทิ้ง โดยคำแนะนำง่ายๆของ Elaina คือการบอกให้หญิงสาวผู้นั้นออกไปโยนโบว์ลิ่งกับเพื่อนและก็ดื่มนมแก้วโตๆสักแก้ว เธอรับปรึกษาตั้งแต่ปัญหาเรื่องจะทิ้งแฟนอย่างไร จะทำยังไง เมื่อเลิกกับแฟน ไปจนกระทั่งปัญหากลิ่นตัวของพี่น้องในบ้าน


18.Willie Mosconi (เริ่มชีวิตนักบิลเลียดอาชีพเมื่ออายุเพียง 6 ขวบ


    เจ้าของฉายา “Mr. Pocket Billiards” ในปี 1919 ได้มีการจัดการแข่งขันระหว่างหนูน้อย Willie วัย 6 ขวบและแชมป์โลกอย่าง Ralpg Greenleaf แม้ Greemleaf จะเป็นผู้ชนะแต่ Willie ก็เล่นได้ดีมากและทำให้เขาก้ามเข้าสู่วงการบิลเลียดอาชีพตั้งแต่บัดนั้น โดยช่วงปี 1941 – 1957 ได้ครองแชมป์ BCA (Billiard Congress of American) World Championship ถึง 15 สมัย ปัจจุบันเขาก็ยังเป็นเจ้าของสถิติสูงสุดในการตีลูกได้ติดต่อกันถึง 526 ลูกในการแข่งขัน Straight Pool


19.Michael Kevin Kearney (รับปริญญาใบแรกเมื่ออายุ 10 ขวบ)


    ชายวัย 24 ปีผู้นี้เป็นที่รู้จักกันว่าคือผู้ที่เรียนจบมหาวิทยาลัยที่อายุน้อยที่สุดในโลก และเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเมื่อายุเพียง 17 ปี นาย Kearney เริ่มพูดคำแรกเมื่ออายุ 4 เดือน เมื่ออายุได้ 6 เดือน เขาบอกกับกุมารแพทย์ของเขาว่า “ผมติดเชื้อที่หูซ้ายฮะ” อายุ 10 เดือนก็เริ่มเรียนเริ่มเขียน และเมื่ออายุ 4 ขวบได้เข้าร่วมการทดสอบทางคณิตศาสตร์ของสถาบัน Johns Hopkins และได้คะแนนเต็ม โดนเรียนจบไฮสคูลเมื่อายุ 6 ขวบ และเข้าเรียนที่ Santa Rosa Junior College จนจบปริญญาเมื่ออายุ 10 ขวบ


20.Aelita Andre (หนูน้อยที่มีผลงานภาพออกแสดงในแกลลอรีที่มีชื่อเสียงด้วยวัยเพียง 2 ชวบ)


    ศิลปินแนว Abstract ด้วยอายุเพียง 2 ขวบผู้นี้ได้กลายเป็นบุคคลที่ชาวออสเตรเลียกล่าวถึงเป็นอันมาก เมื่อผลงานของเธอได้ออกแสดงใน Brun swick Street Gallery ใน Melbourne Fizroy ซึ่ง Mark Jamieson ผู้อำนวยการของแกลลอรีดังกล่าวได้เห็นภาพที่ Nikka Kalashnikova นักถ่ายภาพคนหนึ่งที่มีงานแสดงในแกลลอรีนำมาให้ดูและเขาก็ชอบจนตกลงใจที่จะจัดแสดงภาพเหล่านั้น จนเมื่อได้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์งานในนิตยสารต่างๆแล้ว เขาจึงได้ทราบว่าเจ้าของผลงานคือลูกสาวของ Kalashnikova นั่นเอง และมีอายุเพียง 22 เดือน แม้ Jamieson รู้สึกอับอายไม่น้อย แต่ก็ตัดสินใจที่จะแสดงผลงานของหนูน้อยต่อไป

เครดิต  www.flagfrog.com/20-คนเหนือมนุษย์


วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แว่วเสียงธรรม - ทำบุญอย่างไรถึงจะได้เจอคนจริงใจ โดย ดังตฤณ




ถ้าคิดว่าโลกนี้เป็นโรงละครที่เรากำลังรับบทโต้ตอบกับตัวละครอื่นๆ บางคนก็เหมือนโดนผู้กำกับแกล้งให้รับบทหนัก ต้องร้องไห้ช้ำใจเพราะถูกหลอกอยู่บ่อยๆ ยิ่งนึกว่าจริงใจด้วย ก็ยิ่งต้องพบความจริงในภายหลังว่าที่แท้เขากะเล่นไม่ซื่อตั้งแต่ต้น จะในเกมความรักหรือเกมธุรกิจก็ตาม 

ก่อนอื่นขอให้มองว่าพื้นฐานของมนุษย์เป็นไปในทำนองเดียวกันคือ ‘อยากเอาเข้าตัว’ แต่ละคนเริ่มคิดออกมาจากจุดนี้ ความแตกต่างขึ้นอยู่กับใครจะถูกอบรมให้มีมโนธรรมต้านทานความเห็นแก่ตัวมากน้อยเพียงใด 

ถ้าคุณมองว่าการมี ‘ใจจริง’ หมายถึงการซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียวไม่แปรผันเป็นอื่น ก็ต้องเห็นให้ซึ้งเสียก่อนว่าใจจริงสร้างขึ้นด้วยอะไร หรือใจจริงมาจากไหน อย่ามองด้วยความคาดหวังเผินๆว่าโลกนี้มีใครคนหนึ่งถือกำเนิดเกิดมาพร้อมกับมีใจจริงติดตั้งไว้ในตัวสำเร็จรูป ทุกคนต้องผ่านสัญชาตญาณเอาเข้าตัวมาก่อน เริ่มตั้งแต่ร้องอ้อแอ้ขอข้าวแม่กินเป็นต้นมา 

พอโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ละคนพบสิ่งน่าชอบน่าชังมากมาย นอกจากนั้นยังเจอสอนให้เอาแต่ได้บ้าง เจอสอนให้เสียสละบ้าง ในที่สุดทุกคนจะไปถึงจุดของการตัดสินใจว่าจะมีชีวิตแบบไหน คิดเอาหรือคิดให้เป็นหลัก 

คนที่ตัดสินใจว่าจะคิดเอาเป็นหลักนั้น นึกถึงใจคนอื่นมากกว่าใจตัวเองไม่เป็นหรอกครับ พอเขาได้สิ่งที่ต้องการ เขาก็พร้อมจะสลัดเราทิ้ง ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรักหรือหุ้นส่วนธุรกิจของเขา 

คราวนี้ลองคิดดูว่าโลกกำลังเต็มไปด้วยคนคิดเอาหรือคนคิดให้มากกว่ากัน? ถ้าพูดกันแบบไม่อ้อมค้อมก็คือโลกนี้เต็มไปด้วยคนคิดเอา จะมีสักกี่คนที่คิดให้ ดังนั้นคุณจึงกำลังแสวงหาสิ่งที่หาได้ยากประมาณเข็มในมหาสมุทร 

วิธีที่จะเจอคนจริงใจกับเรา ไม่ว่าในด้านความรักหรือธุรกิจ จึงต้องไม่ใช่ด้วยความบังเอิญ ทำนองเดียวกับที่ไม่มีใครงมเข็มในมหาสมุทรเจอโดยปราศจากเครื่องช่วย ซึ่งในที่นี้ก็คือกรรมนั่นแหละครับ คุณต้องเข้าใจหลักกรรมข้อหนึ่ง คือเมื่อให้สิ่งใดย่อมไม่สูญเปล่า ต้องมีการสะท้อนตอบเป็นการได้รับสิ่งนั้นคืนมาเสมอ ฉะนั้นตอนนี้อยู่ในช่วงรับความไม่จริงใจซึ่งเราเคยทำไว้กับใครมาก่อนก็ช่างเถอะ เอาเป็นว่าขอให้สร้างเหตุ สร้างเครื่องช่วยให้เราไปพบกับคนจริงใจในกาลข้างหน้า คือพยายามจริงใจกับคนอื่นโดยไม่ย่อท้อก็แล้วกัน 

ถ้าคุณซื่อกับคนอื่น ไม่คิดหลอกคนอื่นได้ทั้งชาติ ชีวิตนี้คุณจะมีใจที่สะอาดของตัวเองเป็นเพื่อนแท้ และภพต่อไปคุณจะไม่ถูกกรรมเหวี่ยงไปอยู่ในหมู่คนอสัตย์ 

อีกประการหนึ่ง ถ้าคุณต้องการหาเข็มในมหาสมุทรให้เจอก่อนตาย คุณไม่ควรรู้แค่ว่าเข็มมันอยู่ในมหาสมุทร คุณไม่ควรโดดตุ๋มลงไปเฉยๆตรงไหนก็ได้ ก่อนอื่นคุณควรสืบให้พอรู้เป็นเค้าเป็นแนว ว่าเข็มน่าจะหล่นอยู่ในย่านใด แล้วค่อยใช้ความจริงใจดำดิ่งลงไปค้นหา จึงจะพอมีสิทธิ์เจอกันได้ 

ขอให้พิจารณาดู ปัจจุบันเรามีอินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์กับผู้คนมากหน้าหลายตา พอจะหาคู่ หาความรัก หาความจริงใจ เราก็มักตระเวนไปตามเว็บบอร์ดหรือห้องสนทนาที่มีชื่อตรงตามเกณฑ์นั้นๆ เช่นเว็บหาความรัก หรือห้องหาคนจริงใจ ตรองดูเถิดว่าโอกาสจะได้เจอนั้นมีมากน้อยแค่ไหน เสือหิวย่อมรอตะครุบกวางตามแหล่งน้ำฉันใด ชายเจ้าเล่ห์ย่อมดักรอสาวหน้าซื่อตามแหล่งถามหารักฉันนั้น 
บางทีที่เราไม่เจอสิ่งที่ต้องการก็เพราะเราแสวงหาผิดที่ เราคาดหวังว่าคงเจอคนจริงใจตามบ้านใกล้เรือนเคียง ตามอาคารสำนักงาน หรือตามสถานบันเทิง นั่นก็อาจเป็นไปได้ แต่ยากหน่อย เพราะตามความน่าจะเป็นเรามักเจอ ‘คนธรรมดา’ ที่คิดเอาเข้าตัวกันโดยมาก ทำไมไม่ลองมองว่าคนจริงใจควรอยู่ตามงานบุญ ตามเว็บธรรมะ หรือห้องสนทนาเรื่องศีลเรื่องธรรม 


ไม่ต้องกลัวว่าตามงานบุญหรือตามแหล่งกิจกรรมธรรมะทั้งหลายจะชวนคุณคุยเรื่องหลุดพ้นลูกเดียว และในอีกทางหนึ่ง ก็อย่าหวังว่าจะพบแต่คนดีๆในงานบุญหรือแหล่งกิจกรรมธรรมะ แต่อย่างน้อยให้คิดเสียว่าโอกาสจะเจอคนดีๆควรมีมากกว่าแหล่งกิจกรรมเพื่อความสนุกฉาบฉวยทั้งหลาย 

ถ้าได้ยินคำว่า ‘ธรรมะ’ แล้วร้องกับตัวเองว่า ‘ยี้’ หรือ ‘น่าเบื่อจัง’ ก็ขอให้ทราบว่าคุณยังไม่ได้ต้องการความจริงใจเป็นเรื่องเป็นราว เพราะคุณจะเจอคนจริงใจได้ในหมู่คนมีธรรมะเท่านั้น 

และเมื่อใดคลุกคลีกับธรรมะมากพอ คุณจะพบว่าธรรมะไม่ได้มีแต่ภาพกักบริเวณตนเองเพื่อหลุดพ้นจากกิเลส คุณจะเห็นโลกในอีกมิติหนึ่ง คือไม่ใช่เอาแต่มองหารูปเสียงน่าชอบใจภายนอก แต่จะเริ่มแสวงหาความรู้สึกแสนดีน่าครอบครองอันเป็นภายใน 

คุณจะตระหนักว่าความรู้สึกแสนดีไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ต้องมีวิธีอะไรอย่างหนึ่งหรือหลายๆอย่างทำให้มันเกิดขึ้น เช่นกำหนดกรอบไว้ว่าจะไม่ปล่อยให้ความโลภและความโกรธทะยานแรงขึ้นถึงระดับที่จะกระทำการอันเป็นความเดือดร้อนของคนอื่น เมื่อรู้สึกตัวเองว่าเป็นความปลอดภัยให้คนอื่นได้ คุณก็จะรู้สึกถึงความไม่เดือดเนื้อร้อนใจของตนเองด้วย 

จากนั้นเขยิบขึ้นไปอีก เช่นรู้จักสละสิ่งที่คุณมีให้คนอื่นทั้งที่ไม่จำเป็นต้องให้ คุณจะลืมคำว่า ‘ให้ทำไมให้โง่’ แต่จะพบคำใหม่ในหัวตัวเองคือ ‘ทำไมมัวโง่ไม่ให้มาเสียตั้งนาน’ คุณจะรู้ว่าการให้โดยไม่หวังผลตอบแทนนั้นเป็นสุข และคุณก็อาจจะรู้ว่าในที่สุดแล้ว การเป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทนนั่นเอง จะพาคุณไปรู้จักกับคนประเภทเดียวกัน โดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ในวันใดวันหนึ่ง 

สรุปคือถ้าแสวงหาคนจริงใจอยู่ และยังไม่เลิกย่อท้อ ก็ขอให้ปลูกฝังความซื่อสัตย์จริงใจให้เกิดขึ้นในตนเองก่อน และพยายามรักษามันไว้จนลมหายใจสุดท้าย พอเชื่อได้ว่าอย่างน้อยมีคุณคนหนึ่งในโลกที่ซื่อสัตย์และจริงใจ จะได้ไม่ต้องไปแสวงหาคำตอบจากที่ไหนว่าคนซื่อสัตย์และจริงใจมีอยู่แต่ในนิทานหรือมีตัวตนอยู่ในโลกความจริงนี้ด้วย 

นอกจากนั้นถ้าจะแสวงหา ก็ควรแสวงหาในที่ที่มี อย่ามัวเสียเวลาไปแสวงหาในที่ที่ไม่มี ผมให้คำรับรองไม่ได้ว่าคุณจะเจอเมื่อไหร่ แต่เชื่อมั่นว่าวันหนึ่งคุณจะได้เจอครับ ด้วย ‘กรรม’ และ ‘ความเข้าใจ’ ที่ถูกต้องนั่นเอง 



โดย ดังตฤณ 

วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การนั่งสมาธิ วิปัสนา / ข้อแนะนำในการปฏิบัติฝึกสมาธิ / แนะนำศูนย์ฝึกสมาธิในประเทศไทย




การนั่งสมาธิ วิปัสนา
การฝึกสมาธิเป็นวิถีทางหนึ่งหรือเป็นหนทางที่นำมาช่วยในการใช้ชีวิตในภาวะที่มีการแข่งขันของโลกปัจจุบัน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเครียด ความหดหู่ ภาวะซึมเศร้าและความจริงที่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด โรคภัยไข้เจ็บสมัยนี้ที่ใช้เวลาเป็นปีในการหาวิธีรักษา คนจำนวนมากจึงหันมาฝึกสมาธิที่เป็นวิถีทางธรรม ซึ่งหาไม่ได้จากวิถีทางโลก
การฝึกสมาธิ มีหลายแบบ ตามการปฏิบัติของแต่ละศาสนา แม้แต่ผู้ที่ไม่เคร่งในศาสนา ก็ยังถือปฏิบัติเพื่อต้องการฝึกจิตให้มีสมาธิ ช่วยให้การทำงานได้ดีขึ้น ในพุทธศาสนาการฝึกสมาธิถือเป็น มรรค 8 หรือทางสายกลาง เป็นหนทางไปสู่การตรัสรู้ เป็นสิ่งเดียวที่นำไปสู่ ความจริง 4 ประการ คือ อริยสัจ 4 ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า: ทุกข์ สิ่งที่ทำเกิดทุกข์ และหนทางแห่งการดับทุกข์ แม้ว่าคุณจะไม่สนใจในพระพุทธศาสนา การฝึกสมาธิเป็นการฝึกจิต มีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดสมาธิและเมื่อปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง จะทำให้เกิดสันติภาพและอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข
การนั่งสมาธิ เจริญจิตภาวนา
การนั่งสมาธิ เจริญจิตภาวนา
การฝึกสมาธิ หรือการเจริญกรรมฐานมี 2 แบบ คือ สมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน
1. สมถภาวนา หรือ สมถกรรมฐาน คือการฝึกอบรมจิตให้เกิดความสงบ ได้แก่ หลักหรือวิธีปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสงบทางจิตใจ หรือการทำจิตใจให้เป็นสมาธิความมั่นคงนั่นเอง
2. วิปัสสนาภาวนา หรือ วิปัสสนากรรมฐาน คือ การฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความรู้แจ้งตามความเป็นจริง ได้แก่ หลักหรือวิธีปฏิบัติเพื่อให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งตามความเป็นจริงในรูปนาม ขันธ์ 5 ว่าเป็นสภาวะที่ไม่เที่ยง(อนิจจัง) เป็นทุกข์ ทนได้ยาก (ทุกขัง) เป็นสภาวะที่ไม่ใช่บุคคล ตัวตน เราเขา บังคับบัญชาไม่ได้ (อนัตตา) เรียกว่า วิปัสสนา

ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทั้ง 2 แบบนี้ ถูกแยกออกจากกัน ซึ่งคุณจะไม่สามารถเกิดสติได้เลย จนกว่าคุณจะมีการฝึกสมาธิได้ในระดับหนึ่งแล้ว

วีธีการเจริญสมถกรรมฐานมีมากมาย บางวิธีเก่าแก่กว่าพุทธศาสนาที่ถือกำเนิดขึ้นมา หลายๆ วิธีถูกพัฒนาหลังช่วงเวลาของพระพุทธเจ้าในวิธีต่างๆ เหล่านั้นที่ถือปฏิบัติมากที่สุดคือ การฝึกอานาปานสติ หรือ สติที่กำหนดลมหายใจเข้า-ออก ซึ่งได้รับการสืบทอด โดย พุทธทาส ภิกขุ (พ.ศ. 2446 - พ.ศ. 2536) ผู้ก่อตั้งวัดป่าสวน สวนโมกขพลาราม สวนโมกข์ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยปฏิบัติตามขั้นตอนของ อานาปานสติ 16 ประการ ซึ่งถูกเขียนลงด้วยภาษาบาลี
การทำสมาธิได้ปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย โดยใช้วิธีการปฏิบัติ โดยหายใจเข้า ภาวนาว่า "พุทธ" และที่หายใจออก ภาวนาว่า "โธ" คำที่ภาวนาอาจจะแตกต่างกันได้ แต่จุดประสงค์ของการภาวนา มุ่งในใจความสำคัญเพื่อฝึกจิตเหมือนกัน ยังมีเทคนิคอื่น ที่มีการสอนอย่างกว้างขวาง เรียกว่า การฝึกกษิณ โดยเพ่งกษิณ ไปที่วัตถุนอกตัวเอง เช่น เปลวไฟของเทียนหรือลูกแก้วคริสตัล
สติ คือ กุญแจสำคัญในวิปัสสนากรรมฐาน ด้วยการฝึกควบคุมตัวเองรู้การกระทำของร่างกาย การเพิ่มขึ้นและลดลงของหน้าอกของคุณ เมื่อคุณหายใจเข้าและหายใจออก การเคลื่อนไหวของเท้าและขาของคุณเมื่อคุณเดิน รวมทั้งความรู้สึกของคุณ ความคิดของคุณ และสุดท้าย จิตรู้ว่ากำลังทำอะไร ไม่ว่าคุณจะเดิน นั่ง และนอนสมาธิ อยู่ แต่ไม่กี่วิธีของวิปัสสนากรรมฐาน เมื่อไม่เคยผ่านการฝึกจิต สติอาจจะแตก ได้จากการได้รับการกระตุ้นเพียงเล็กน้อยจาก เสียง, กลิ่น, ความร้อน ความหิว ความเจ็บปวด ฯลฯ กุญแจสำคัญคือการตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้พำนักอยู่ในขณะนั้น เป็นขั้นเริ่มต้นที่สามารถหยั่งรู้ ขจัดสิ่งล่อใจ และเหตุผลหนึ่งที่ว่าทำไมวิปัสสนากรรมฐานจะเกิดขึ้นเมื่ออยู่ในภาวะที่สงบ และถูกแยกออกจากการกระทำ
สถานที่สอนการฝึกสมาธิ ที่แพร่หลายอยู่ในประเทศไทย ที่คุณสามารถเข้าไปฝึกสมาธิได้ สถานที่ฝึกสมาธิในช่วงบ่ายหรือเย็น ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ ใกล้พระบรมมหาราชวัง มีศูนย์การฝึกสมาธิอยู่ 2 ที่ สำหรับคนไทย และนักท่องเที่ยว หรือคุณอาจเข้าร่วมวิปัสสนาในสถานที่ปฏิบัติธรรมเฉพาะ ซึ่งจะใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์หรือช่วงวันหยุดยาว ศูนย์ปฏิบัติธรรมส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในแต่ละจังหวัด เป็นการฝึกที่ต่อเนื่องถึงสี่สัปดาห์ ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น ในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน คุณต้องปฏิบัติตามศีล 5 ซึ่งประกอบด้วย การเว้นจากการเบียดเบียนชีวิตเว้นจากการเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ เว้นจากการประพฤติไม่เหมาะสมทางเพศ เว้นจากการกล่าวเท็จ และเว้นจากการบริโภคสุรายาเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท สิ่งเหล่านั้นซึ่งทำให้ชีวิตขุ่นมัว สถานที่ปฏิบัติธรรมบางที่อาจต้องให้คุณรักษาศิล 8 ซึ่งนอกเพิ่มเติมจากศิล 5 คือ เว้นจากการบริโภคอาหารในยามวิกาล (หลังเที่ยงถึงวันใหม่) เว้นจากการฟ้อนรำขับร้อง ประโคมดนตรี และประดับร่างกายด้วยดอกไม้ของหอม เครื่องประดับ เครื่องทา เครื่องย้อมและเว้นจากการนั่งนอนเหนือเตียงตั่ง ที่เท้าสูงเกิน ภายในมีนุ่นหรือสำลี



ข้อแนะนำในการปฏิบัติฝึกสมาธิ
บูชาและน้อมระลึกถึงพระรัตนตรัย เพื่อส่งเสริมเกื้อกูลให้ผู้ปฏิบัติสมาธิเกิดความเลื่อมใสศรัทธาบารมีพระ รัตนตรัยที่ภาวนาเป็นการสนับสนุนเสริมพื้นฐานของจิตไม่ให้หดหู่ เกิดความหนักแน่น กล้าหาญ เข้มแข็ง สงบ พร้อมที่จะเริ่มต้นฝึกปฏิบัติจิตต่อไปข้อแนะนำในการปฏิบัติฝึกสมาธิ
ข้อแนะนำในการปฏิบัติฝึกสมาธิ

หาเครื่องแต่งตัวและสถานที่ที่เหมาะสม ถ้าเป็นไปได้ควรหาเครื่องแต่งกายสีขาวที่ไม่คับแคบไว้ใส่ในระหว่างปฏิบัติจิต เพื่อให้หายใจสะดวก เลือดลมเดินหมุนเวียนได้คล่องและหาสถานที่ที่เหมาะสมแก่การฝึกจิต คือเรียบง่าย เงียบ อากาศถ่ายเทสะดวก ร่มเย็นพอสมควร สองประการนี้ เป็นการช่วยสนับสนุน ให้จิตใจสะอาดสบายตา สงบได้สมาธิเร็ว
นอนให้เพียงพอ ร่างกายต้องได้รับการพักผ่อนพอสมควร แต่ไม่นอนมากเกินไป เมื่อตื่นแล้ว ไม่ควรนอนต่ออีกโดยเฉพาะอย่างยิ่งและไม่ควรนอนกลางวัน เพราะการนอนมากจะทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้มง่วงเหงาหาวนอนอยู่ตลอดไม่มีเรี่ยวแรง
ควรที่จะมีเวลารับประทานอาหารที่แน่นอนและรับประทานอาหารพอสมควรและควรงดเว้นสิ่งเสพติดและมึนเมา ตั้งแต่ยาเสพติดทั้งหลายจนเหล้า บุหรี่หมากพลู ยานัดถุ์ ตลอดจนชา กาแฟ
วิธีการถอนออกจากการปฏิบัติจิตทุกครั้งให้ค่อยๆ คลายออกจากสมาธิ ด้วยการหายใจตามปรกติช้า ๆ 10 ครั้ง แล้วถอนหายใจลึกๆ ช้า ๆ ตามแบบการฝึกลมปราณ อีก 10 ครั้ง ให้โล่งอกและตื่นจากภวังค์แล้วค่อยๆ ขยับร่างกายให้เคลื่อนไหวเล็กน้อย ถอนฝ่ามือที่ซ้อนกันอยู่นั้นออกแล้วมาวางบนหัวเข่า ลืมตาขึ้นเล็กน้อย มองลาดต่ำใกล้ตัวใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างคลึง เบาๆ ช้าๆ ที่ตาสักครู่แล้วจึงลืมตาขึ้นเต็มที่ และถูฝ่ามืออีกครั้งจนร้อนแล้วนวดคลึงตั้งแต่ขมับ ท้ายทอยลงมาต้นคอ ไหล่ แขน หน้าอก หน้าท้อง เอว หลัง ต้นขา แล้วจึงค่อยๆ ยืดขาออกกระดิกปลายเท้าให้ยืดออกพักหนึ่งจนรู้สึกหายจากอาการชาแข็งกระด้าง ปรับเช่นนี้ จนจิตใจและร่างกายคืนสู่สภาพปรกติ รับรู้สิ่งแวดล้อมเต็มที่แล้วจึงลุกขึ้นจากที่นั่ง และเดินจงกรมหลังจากฝึกปฏิบัติสมาธิแล้วทุกครั้ง ขอให้ท่านเดินจงกรมอย่างน้อย 15 นาที เพื่อเป็นการบริหารร่างกายให้เลือดลมที่คั่ง ค้างตาม เอ็นตามข้อเดินสะดวกโดยเฉพาะอย่างยิ่งขาจะได้ไม่เสียสุขภาพด้วย
ศูนย์ฝึกสมาธิในประเทศไทย
ภาคกลาง
ศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
 : เลขที่ 3 ท่าพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 
 : 0 2223 6878
เป็นสำหนักวิปัสนากรรมฐานแห่งประเทศไทย ก่อตั้งโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ) ครั้งเมื่อดำรงสมณะศักดิ์พระภิมธรรมเจ้าอาวาส ท่านส่งพระภิกษุไปดูงานศาสนาศึกษาวิปัสนากรรมฐานยังต่างประเทศและต่อมาได้แต่งตั้งวิปัสสนาจารย์ พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ) ให้เป็นอาจารย์ใหญ่สายวิปัสนาเป็นรูปแรกหลังจากจบการศักษาและวิปัสนากรรมฐานจาก สำนักศาสนายิกษาเมืองย่างกุ้งประเทศพม่าโดยปฏิบัติตามแนวสติปัฏฐาน 4 ใช้คำบริกรรม "ยุบหนอ พองหนอ" แรกเริ่มที่พระอุโบสถวัดพระมหาตุและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจนต้องสร้างห้องปฏิบัติธรรมรอบๆ พระอุโบสถ ท่านอบรมและเผยแพร่วิปัสนากรรมฐานมาเป็นระยะเวลายาวนานมีผู้เคารถศรัทธาเป็นอย่างมากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศทุกระดับชั้นทุกฐานะอาชีพ ปัจจุบันสถานที่ปฏิบัติ ตั้อยู่ที่คณะ 5 สำนักงานกลาง กองการวิปัสสนาธุระ เปิดทุกวัน สอนเดินจงกรมและนั่งสมาธิ เช้า กลางวัน แล เย็น

ศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติ POP บ้านสวนตะวันธรรม
 : บ้าน POP HOUSE ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
 : 08 7495 1616
 : www.pophouse.info
ศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติ POP บ้านสวนตะวันธรรม เป็นสถานที่ที่เปิดให้มีการปฏิบัติธรรม 3-7 วันในกรุงเทพฯ หากท่านเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาที่พักกาย สงบใจ เชิญมาปฏิบัติธรรม 3-7 วัน ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติบ้านสวนตะวันธรรม ซึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีการอบรมในหลักสูตรมาตรฐานผ่านการทดสอบแล้วจนมั่นใจ สถานที่ปฏิบัติธรรมนี้จะก่อให้เกิดความสบายกายสบายใจและเข้าถึงความสุขที่แท้จริงภายในมีการสอนสมาธิ สอนวิธีการปฏิบัติธรรม โดยมีพระอาจารย์ผู้มากด้วยประสบการณ์ในการสอนสมาธิ ด้วยระยะเวลาที่จัดอย่างเหมาะสมและลงตัวที่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงภาวะจิต ใจให้ก้าวไปสู่ความสงบภายใน หาสิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิตท่านสักครั้งหนึ่ง แล้วจะรู้ว่าการปฏิบัติธรรมไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
 : เลขที่ 4 ซอยเพชรเกษม 54 แยก 6 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
 : 0 2455 2525
 : www.ybat.org/eng/
จดทะเบียนเป็นยุวพุทธิกสมาคมแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2493 มีศูนย์วิปัสสนากรรมฐานเปิดให้ผู้ประชาชนทั่วไปเข้าอบรม ปฏิบัติธรรมทุกเดือนตลอดปี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เป็นเวลาร่วม 20 ปี ยุวพุทธ มีหลักสูตรอบรมปฏิบัติธรรมหลากหลาย ทั้งหลักสูตรระยะสั้น 1 วัน , หลักสูตร 2 วัน , หลักสูตร 3 วัน ,หลักสูตร 8 วัน , หลักสูตร 15 วัน จนถึงหลักสูตร 1 เดือน และ หลักสูตร 3 เดือน เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเลือกเข้าอบรมปฏิบัติธรรมในโครงการต่างๆ ตาม ที่เวลาของตนจะอำนวย ถือเป็นกิจกรรมหลักและสำคัญที่สุดของสมาคม โดยจัดอบรมขึ้นเป็นประจำทุกเดือนเพื่อให้สมาชิกและบุคคลทั่วไปได้มีโอกาสฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ในแนวทางที่ได้ผลดีและเป็นที่นิยมทั่วไปเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตได้แก่ หลักสูตรพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาและสันติสุข โดยคุณแม่สิริ กรินชัย หลักสูตรเจริญสติฯ, หลักสูตรวิปัสสนาสำหรับเยาวชนอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป หลักสูตรวิปัสสนาสายพุทโธและหลักสูตรอื่นๆ โดยพระวิปัสสนาจารย์และวิทยากรที่ทรงคุณวุฒิ โดยยึดหลักมหาสติปัฏฐาน 4 หลักสูตรวิปัสนากรรมฐานสำหรับพระสงฆ์ เป็นอีกความสำคัญและจัดอบรมให้ความรู้แก่พระสงฆ์เป็นประจำทุกปี

ภาคตะวันออก
วัดภัททันตะอาสภาราม และสำนักวิปัสสนาสมมิตร-ปราณี 
 : หมู่ที่ 1 บ้านหนองปรือ ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี
 : 0 3829 2361
จำนวนที่นั่ง: 30 คน (แนะนำให้จองล่วงหน้าก่อน)
ตามแนวทางปฏิบัติ: ท่านมหาสีสะยาดอ , พระอาจารย์ภัททันตะอาสภมหาเถระ, ท่านพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทธิ), คุณแม่ ดร.สิริ กรินชัย 
เป็นสถานที่ซึ่งมีผู้บริจาคเพื่อขยับขยายมาจากสำนักวิปัสสนากรรมฐานวิเวกอาศรม แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน 4 ใช้คำบริกรรม "ยุบหนอ พองหนอ" สถานที่ล้อมรอบด้วยทุ่งและธรรมชาติ มีกุฏิสงฆ์สร้างในแบบธรรมชาติมุงจาก อาคารปฏิบัติธรรมขนาดกลางและอุโบสถ ยังรับผู้ปฏิบัติธรรมได้ไม่มากนัก

ภาคเหนือ
ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ ณ วัดร่ำเปิง (ตโปทาราม)
 : หมู่ 5 ถนนคันคลองชลประทาน ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
 : 0 5327 8620 ต่อ 0 
วัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น "สำนัก ปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดเชียงใหม่", "ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติประจำจังหวัดเชียงใหม่ (ค่ายธรรมภาวนา)" และเป็นวัดหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามแนวนโยบายของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติภาคเหนือ ได้รับการสอนสมาธิสติมากมายสำหรับนักท่องเที่ยวและชาวบ้านมากกว่า 20 ปี มีพระสงฆ์ที่พูดภาษาอังกฤษ แม่ชีและอาสาสมัคร ทีมงานอำนวยความสะดวก ศูนย์บริการหลักสูตรพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง 26 วัน หลังจากจบหลักสูตรคุณจะสามารถเข้าร่วม 10 วัน ภายในศูนย์ปฏิบัติธรรมนี้ วัดร่ำเปิงเป็นแหล่งวิปัสสนากรรมฐานทางภาคเหนือที่ทำการอบรมพระกรรมฐานในแนวสติปัฎฐาน 4 ปัจจุบันมีชาวไทยและชาวต่างประเทศ สนใจมาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน กันอย่างมากมาย นอกจากนี้วัดนี้เป็นแห่งแรกที่มีพระไตรปิฏกฉบับล้านนา อีกทั้งเป็นแหล่งรวบรวมที่มีพระไตรปิฏกฉบับภาษาต่าง ๆ มากที่สุดในโลก

สถานปฏิบัติธรรมนานาชาติ เชียงใหม่ (มูลนิธิศึกษาธรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม)
 : วัดสวนดอก อำเภอสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่
 : 0 5321 1424
 : www.meditationthai.org
เริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 และได้เผยแพร่ออกไปทั้งหมด 6 ทวีปได้แก่ แอฟริกา เอเชีย ยุโรป อเมริการเหนือ โอเชียเนียและอเมริการใต้ ศูนย์ปฎิบัติธรรมแห่งนี้ล้อมรอบด้วยภูเขาและภูเขาที่งดงาม อยู่ที่ระดับความสูง 1,120 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มีหมู่บ้านปฏิบัติธรรม ที่มีความงดงาม มีอากาศเย็นสบายและสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องพักทั้งหมดออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณสามารถเรียนรู้และฝึกทำสมาธิท่ามกลางการสัมผัสใกล้ชิดกับธรรมชาติที่จะล้อมรอบคุณ คุณจะได้เรียนรู้วิธีการทำสมาธิในแบบธรรมกายซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและเทคนิคที่รู้จักกันว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก อบรมในระดับขั้นสูงโดยพระสงฆ์ระดับพระอาจารย์ นอกจากจะได้รับความรู้เรื่องการฝึกสมาธิในแบบ Dhammakaya Meditation แล้ว ผู้เข้าร่วมโครงการยังได้รับความรู้เรื่องวัฒนธรรมชาวพุทธได้ศึกษาธรรมะในพระพุทธศาสนา อีกทั้งได้ศึกษาประวัติวิชาธรรมกาย ประวัติวัดพระธรรมกายและประวัติมหาปูชนียาจารย์ ซึ่งทำให้ผู้เข้าอบรมเกิดความศรัทธาและเชื่อมั่นในวิธีปฏิบัติธรรมและอยากจะฝึกฝนให้ยิ่งๆ ขึ้นไป อีกทั้งยังได้มีโอกาสนำความรู้เรื่องสมาธินี้ไปเผยแพร่ยังประเทศของตนด้วย

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร
 : หมู่ 2 ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 
 : 0 5382 6869
เจ้าอาวาสเป็นพระผู้ก่อตั้งศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติของวัดร่ำเปิง มีผู้เข้ามาปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่เข้ามาฝึกสมาธิต้องแสดงบัตรประจำตัวหรือหนังสือเดินทางที่ถูกต้องและแจ้งให้ทางวัดรู้ถึงความประสงค์ จึงจะสามารถเลือกว่าจะปฏิบัติตามศิล 5 หรือศีล 8 ทางวัดมีบริการอาหารและหอพัก หอพักส่วนใหญ่มีห้องน้ำในตัว เสื้อผ้าที่เหมาะสมสามารถหาซื้อได้ที่ร้านติดกับวัด ผู้ต้องการเข้าปฎิบัติ ต้องโทรมาจองห้องก่อนล่วงหน้า 1-2 เดือน ก่อนการปฏิบัติในช่วงวันหยุดและเทศกาลสำคัญและเทศกาลกินเจ (เนื่องจากห้องปฏิบัติอาจจะเต็ม)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)
วัดป่านานาชาติ
 : บ้านบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี 
 : www.watpahnanachat.org
จัดเป็นวัดสาขาอันดับที่ 19 ของวัดหนองป่าพง เดิมชื่อว่า วัดอเมริกาวาส และมาเปลี่ยนชื่อเป็น วัดป่านานาชาติ ภายหลังโดยมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Wat Pah Nanachat (Bung Wai Forest Monastery) ซึ่งเป็นวัดที่มีพระภิกษุชาวต่างชาติ เช่น อังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์และญี่ปุ่น เป็นต้น มาจำพรรษาอยู่มิได้ขาด ปัจจุบันนี้ วัดป่านานาชาติ ได้มีพระภิกษุสามเณรชาวต่างชาติมาจำพรรษาจำนวนมาก เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและปฏิบัติทางวิปัสสนากรรมัฎฐาน พระภิกษุในวัดเกือบทุกรูป จะสามารถพูดภาษาไทย สวดภาษาบาลีได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ทำให้เป็นที่เคารพศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป

ภาคใต้
สวนโมกขพลาราม
 : อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 
 : 0 7743 1596-7, 0 7743 1661-2 
 : www.suanmokkh.org
เริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 โดยปลายยุคของ พุทธทาส ภิกขุ ผู้นำของการทำสมาธิ และนักพุทธวิชาการ สวนโมกได้ถูกใช้เป็นสถานที่ฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่อง 10 วัน ตลอดหลักสูตร ระหว่างนี้ผู้เข้าอบรมจะสำรวจความสำคัญในเรื่อง: ธรรมะและสมาธิ สอนการทำสมาธิกำหนดสติกับลมหายใจ (อานาปานสติ) เป็นระบบที่ถือปฏิบัติมากที่สุดของพระพุทธเจ้า การบรรยายธรรมะจะมีขึ้นทุกวัน และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้กับผู้อื่น ซึ่งพูดง่ายๆ เป็นภาษาอังกฤษว่า "Friends" ในการแนะแนวการปฏิบัติสมาธิและด้านอื่นๆ ของหลักสูตร



ขอขอบคุณ สวัสดีดอทคอม / ภาพประกอบจาก โรงเรียนธัญวิทย์ มา ณ ที่นี่ด้วยครับ


วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ประวัติ ท้าวมหาพรหม พระพรหมเอราวัณ


ถ้ากล่าวถึง "ศาลท่านท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณ" เชื่อว่าหลายท่านคงรู้จักเป็นอย่างดี ไม่เพียงเทวสถานแห่งนี้จะตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ใกล้โรงแรมเอราวัณที่ใหญ่โตโอ่อ่าแล้ว ยังเป็นที่เคารพสักการะทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ลงทุนข้ามแผ่นฟ้ามหาสมุทรมาแสดงความศรัทธาต่อ ท่านท้าวมหาพรหม ณ ที่แห่งนี้ ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาสักการะท่านท้าวมหาพรหมนับวันจะมีมากขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะความศรัทธาในบารมี ของท่านที่แผ่เมตตา ปกปักคุ้มครองให้ร่มเย็นเป็นสุข และเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจของผู้คนทั้งหลาย เมื่อยามที่ได้กราบไหว้บูชาแล้วทำให้รู้สึกสบายใจ ร่มเย็นเป็นสุข
ตามความเชื่อแบบพราหมณ์ "พระพรหม" ถือเป็นหนึ่งในสามของพระเป็นเจ้าที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ เรียกรวมกันว่า "ตรีมูรติ" ได้แก่ พระอิศวร (ศิวะ) พระพรหม และพระวิษณุ (นารายณ์) ซึ่งถือกันว่าเป็นพระผู้สร้างสรรค์สิ่งทั้งปวง ได้แก่ โลก สวรรค์ และมนุษย์ ในขณะที่พระวิษณุ (นารายณ์) เป็นผู้รักษาดูแลและมีพระอิศวร (ศิวะ) เป็นผู้ทำลาย


พระพรหมที่ประดิษฐานไว้บริเวณ "ศาลท่านท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณ" ลักษณะกายสีแดง สี่พักตร์ แปดกร ในแต่ละกรทรงอาวุธที่แตกต่างกันออกไป อาทิ แว่นแก้ว คฑา จักร สายประคำ ธารพระกรไม้เท้า ช้อน หม้อน้ำ คัมภีร์พระเวท ทรงหงส์เป็นพาหนะ และมี "พระสุรัสวดี" หรือ "พระสรัสวดี" เป็นพระมเหสี ที่สถิตของพระพรหมเรียกกันว่า "พรหมพฤนทา" อยู่ในพรหมโลก ว่ากันว่าอยู่เหนือชั้นสวรรค์ขึ้นไปอีก พระพรหมยังถูกแบ่ง ประเภทออกเป็นรูปพรหม และอรูปพรหม พรหมที่เรียกว่า "รูปพรหม" มีถึง ๑๖ ชั้นได้แก่ พรหมปาริชชาภูมิ พรหมปโรหิตาภูมิ มหาพรหมาภูมิ เป็นต้น ซึ่งพรหมทั้ง ๑๖ ชั้นนี้กล่าวกันว่าพระองค์ทรงประทับนิ่งไม่เคลื่อนไหวแต่อย่างใดเรียกว่านั่งเข้า "ฌาน" ส่วนชั้นที่อยู่สูงขึ้นไปอีกเป็นชั้นของ "อรูปพรหม" เป็นพรหมที่ไม่มีรูป มีแต่จิต มีทั้งหมด ๘ ชั้น อาทิ อากาสายัญจายตน วิญญาณัญจายตน อากิญตจัญญายตน และเนวสัญญานายตน พรหมทั้งสี่ชั้นนี้จัดเป็นพลังงานชั้นสูงที่มีความบริสุทธิ์อย่างยิ่ง อำนาจแห่งองค์พรหม จัดเป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่จนหลายคนกล่าวว่าชีวิตนั้นคือ "พรหมลิขิต" ดังนี้เองจึงทำให้คนหลายคนที่เชื่อว่าดวงชะตาความเป็นอยู่ของตัวเรานั้นมีความเกี่ยวเนื่องอยู่กับองคพรหม

ศาลท่านท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของ "ท่านท้าวมหาพรหม" ซึ่งอยู่ในรูปพรหมส่วนชั้นไหนนั้นต้องขออภัยเพราะยังไม่มีข้อมูล ส่วนศาลแห่งนี้ตั้งมาเป็นเวลานับ ๔๐ กว่าปี และพลังแห่งความศรัทธาของเหล่าสาธุชนที่แวะเวียนมานมัสการพระพรหมได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อการกุศลเป็นจำนวนมาก จึงได้เกิด "มูลนิธิทุนท่านท้าวมหาพรหม" ขึ้นมา ซึ่ง "ศรีสล้าง สุขสมสถาน" กรรมการผู้จัดการและเลขานุการมูลนิธิฯ เผยว่า
"ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๙๖ ได้เริ่มก่อสร้างโรงแรมเอราวัณขึ้น และในปลายปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้ให้ "พลเรือตรีหลวงสุวิชานแพทย์" ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ ดูฤกษ์วันเปิดกิจการและ ได้ให้คำแนะนำว่าฤกษ์วางศิลาฤกษ์นั้นกระทำไม่ถูกต้อง จะต้องสร้างศาลพระพรหมและศาลพระภูมิไว้ ซึ่งองค์พระพรหมที่ประดิษฐานอยู่นี้ได้รับการออกแบบ และการปั้นตามแบบแผนของกรมศิลปากรจาก "จิตร พิมพ์โกวิท" ช่างกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร ส่วนผู้ที่ออกแบบศาลคือ "เจือระวี ชมเสวี" และ "หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล เมื่อก่อนสถานที่แห่งนี้มีคนกราบไหว้ไม่มากนัก คงเป็นเพราะคนที่มากราบไหว้อาจจะขอให้ท่านช่วย แล้วเกิดประสบความสำเร็จเลยมีการเล่าไปแบบปากต่อปาก ไปทำให้ทุกวันนี้มีคนเข้ามาสักการะบูชากันมากขึ้น ทางโรงแรมเอราวัณเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙ และได้ถือเอาวันดังกล่าวเป็นวันบวงสรวงในทุกปี โดยการทำพิธีบวงสรวงจะมีพราหมณ์หลวงเป็นผู้ประกอบพิธีให้" กรรมการผู้จัดการมูลนิธิฯ กล่าวและว่า
"แต่เดิมได้ตั้งตู้รับบริจาคไว้ในศาลเพื่อนำเงินที่ได้รับจากการทำกุศลของผู้มีจิตศรัทธามาบูรณะเทวสถาน กระทั่งต่อมาจำนวนเงินบริจาคได้เพิ่มมากขึ้น จนผู้บริหารคิดว่าจะนำเงินส่วนนี้ไปทำประโยชน์ โดยบริจาคให้ทางโรงพยาบาลเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์หรือช่วยสาธารณภัย น้ำท่วม เป็นต้น โดยทางมูลนิธิฯ จะไม่จัดทำรูปสักการะจำลอง วัตถุมงคลใด ๆ หรือทำการค้าไปในเชิงพาณิชย์เลย มีเพียงรูปถ่ายท่านท้าวมหาพรหมที่จัดทำเพื่อให้คนที่ เคารพนำไปสักการะบูชา และในบริเวณศาล ทางมูลนิธิฯ จะเป็นผู้ดูแลจัดการในการเช่าพื้นที่ให้ด้วย"


ภายในบริเวณ "ศาลท่านท้าวมหาพรหม" โดยรอบจะเห็นร้านค้าขายพวงมาลัย เครื่องสักการะบูชา ขันน้ำมนต์ใบโตและการแสดงละครรำที่จัดทุกวัน เพื่อเป็นการแก้บนของผู้ที่เคยมากราบไหว้ขอพร และในวันที่เข้าไปสัมภาษณ์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณ "ชูเกียรติ แก้วฟ้าเจริญ" ผู้จัดการดูแลคณะละครรำ ซึ่งเผยเกี่ยวกับการทำคณะละคร "จงกลนาฏศิลป์" ของเขาว่า "คณะละครจงกล แต่เดิมเป็นของคุณแม่ แต่ปัจจุบันผมเป็นคนดูแลจัดการ เริ่ม มาตั้งคณะละครรำที่ศาลท่านท้าวมหาพรหมตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ โดยทุกอย่างอยู่ในความดูแลของทางมูลนิธิฯ คณะละครรำที่เล่นที่นี่มี ๓ คณะด้วยกันสับเปลี่ยนกัน ได้แก่ คณะจงกลนาฏศิลป์ ดำรงนาฏศิลป์ และคณะละม่อม ในหนึ่งวันจะเข้า ๒ คณะ ซึ่งแต่ละคณะจะทำงาน ๒ วัน หยุด ๑ วัน ศาลท่านท้าวมหาพรหมนี้เริ่มเปิดให้เข้าสักการะตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. - ๒๒.๓๐ น. ทุกวัน ในการแสดงละครรำจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเจ้าภาพว่าจะขอแก้บน หรือว่าจะรำถวาย เนื้อร้องก็จะไม่เหมือนกัน ถ้าแก้บนก็จะร้องแบบแก้บน ถ้าไม่ได้แก้บนก็ร้องอีกแบบหนึ่งในแบบถวาย เพลงที่รำจะสลับสับเปลี่ยนกันไป นอกจากเจ้าภาพจะขอเพลงเช่น กฤษดาอภินิหาร เทพบันเทิง ไกรลาสสำเริง ฟ้อนมาลัย ระบำดอกบัว เป็นต้น สมัยก่อนรำละคร รำชาตรีแก้บน ยังไม่มีการเอาเพลงพวกนี้เข้าบรรจุ เพลงพวกนี้เราเอามาจากกรมศิลปากร ภายหลังได้มีการดัดแปลงใส่เป็นเพลง ส่วนใหญ่ผู้ที่เข้ามามักเป็นชาวต่างชาติเยอะประมาณ ๖๐ % สำหรับที่ศาลแห่งนี้แล้วจะมีคนเข้ามากราบไหว้ทุกวันไม่เคยขาดเลย เมื่อมาที่นี่ จะได้เห็นคนทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ชาติไหนมีหมดครับ" คุณชูเกียรติ ผู้จัดการคณะละครจงกลนาฏศิลป์กล่าว


นอกจากศาลท่านท้าวมหาพรหมแห่งนี้จะเป็นที่ประดิษฐานของ "พระพรหม" พระผู้มีความเมตตา กรุณา ต่อมนุษย์อย่างสูงส่งจนทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเล็ก ๆ อย่าง "ศาลท่านท้าวมหาพรหม" ได้ขจรขจายไปไกลถึงต่างบ้านต่างเมือง เนื่องจากความเคารพศรัทธาที่มีต่อพระพรหมเอาราวัณ และความเชื่อถือที่ว่า "เมื่อขอพรสิ่งใดไป จะได้พระนั้นสมความปรารถนา" ทำให้ไม่ว่าจะเป็นชาวจีน ไทย ฝรั่ง แขก ต่างพากันมานมัสการท่านอย่างเนืองแน่น เป็นประจำตลอดระยะเวลายาวนานหลายสิบปี ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่การสมหวังในการขอพรจากพระพรหมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการเคารพศรัทธาต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของท่าน แล้วความศรัทธาและความเชื่อมั่นนั้นทำให้ท่านพานพบ กับความสุข สบายใจ และไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อน สิ่งนั้นก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด......
บทความเรื่อง "ท่านท้าวมหาพรหมเอราวัณ" นี้ ได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลจากนิตยสาร "บูรพาปาฏิหาริย์" ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๒๒ ปักษ์แรก เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖

ขอขอบคุณ เนื้อหาจาก  www.siamganesh.com รูปประกอบ จาก อินเตอร์เนท มา ณ ที่นี่ครับ 








วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ไหว้ดาวพฤหัสมหาอุจจ์ แรงที่สุดในรอบ 12 ปี


วันอังคารที่ 17 มิถุนายน 2557 เวลา20.24น. ดาวพฤหัสซึ่งถือว่าเป็นดวงดาวที่ให้ผลดีกับดวงชะตามากที่สุดจะย้ายเข้าสู่ตำแหน่งมหาอุจจ์และเป็นตำแหน่ง ที่แรงที่สุดในรอบ12 ปี
แนะนำให้ทุกๆราศีเตรียมทำบุญเพื่อรับกระแสดีๆในครั้งนี้และเน้นเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่เกิดใน
ราศีกรกฎ (17 กรกฎาคม- 16 สิงหาคม)
ราศีมังกร(15 มกราคม- 12 กุมภาพันธ์)
หรือผู้ที่เกิดในวันพฤหัสบดี

โดยการเตรียมทำบุญในวันที่17มิถุนายน เช่น ใส่บาตร,ถวายสังฆทาน,สวดมนต์ หรืออย่างอื่นแล้วแต่ศรัทธา หรือถ้าศรัทธาที่จะไหว้ดาวพฤหัสในช่วงย้ายราศีแนะนำ ให้ไหว้ วันที่ 17 มิถุนายนเวลา 20.24น.เป็นต้นไป
*สำหรับผู้ที่เตรียมตัวในวันที่17มิถุนายนไม่ทัน แนะนำให้ทำบุญในวันพฤหัสที่ 19 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันพฤหัสแรกหลังจากที่ดาวย้าย และตรงกับวันที่19 ซึ่งเป็นเลขกำลังของดาวพฤหัสอีกด้วย
ของไหว้
1 พระพุทธรูปปางสมาธิ(ถ้ามี) ตั้งหันพระไปทางทิศตะวันออก
2 ผลไม้สีเหลือง 5 อย่างที่มีรสหวาน เช่น ขนุน สาลี่ กล้วย ข้าวโพด ส้มโอ
3 พวงมาลัยดอกดาวเรือง,ธูป 5 ดอก,เทียน 1 คู่
ขั้นตอนการไหว้
ไหว้กลางแจ้ง ผู้ไหว้หันหน้าไปทิศตะวันตก
บทสวดตามลำดับ
- ตั้งนะโม 3 จบ
- บทบูชาดาวพฤหัส
ปูเรนตัมโพธิสัมภาเร นิพพัตตัง โมระโยนิยัง 
เยนะ สังวิหิตารักขัง มะหาสัตตัง วะเนจะรา 
จิรัสสัง วายะมันตาปิ เนวะ สักขิงสุ คัณหิตุง 
พรัหมะมันตันติ อักขาตัง ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ
- คาถาบูชาดาวพฤหัส ( สวด19 จบ)
ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ
สวดเสร็จแล้วอธิฐานของขอพรตามปรารถนาและขอให้ความดีช่วยส่งผลให้เกิดความสำเร็จในทุกๆเรื่อง
*ของไหว้สามารถนำมาทานเพื่อความเป็นสิริมงคลเมื่อเสร็จพิธี
เคล็ดการเสริมดวงรับดาวพฤหัส
1.สีประจำดาวพฤหัสคือสีเหลือง,ทองซึ่งจะเป็นสีที่มีพลังมากที่สุดไปอีก 1 ปีควรเสริมด้วยเครื่องประดับหรือของใช้ที่เห็นเป็นประจำ ให้มีสีโทนเหลืองหรือสีทองเพิ่มมากขึ้น
2.เลขประจำดาวพฤหัสคือเลข 5 และเลขกำลังคือเลข 19 การทำบุญด้วยเลข 5เช่นใส่บาตรพระ 5 รูป หรือเลข19 เช่น ปล่อยปลา 19 ตัว หรือ บริจาคเงิน19,190บาทหรือจำนวนอื่นๆตามกำลังศรัทธา
3.การทำบุญเป็นประจำในวันพฤหัสเช่น สวดมนต์,ทำสมาธิ,ทานมังสวิรัติและอื่นๆอีกหลายอย่างที่ถือว่าเป็นบุญก็จะยิ่งส่งเสริมพลังในด้านที่ดีให้กับชีวิตมากขึ้น
**เคล็ดสำคัญที่สุดก็คือหลังวันที่ 17 มิถุนายน ขอให้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำความดี ลองตั้งใจกับตัวเองที่จะเพิ่มสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต แสดงออกซึ่งความกตัญญู ลด ละ เลิก อบายมุข "ดาวพฤหัสจะส่งผลดี กับผู้ที่คิดและทำความดีอยู่เสมอ"