วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Digital Agency ยุคใหม่ ต้องเข้าใจอะไรบ้าง ?

การตลาดออนไลน์(Online Marketing) มีความสำคัญมากขึ้นตามพฤติกรรมของผู้บริโภค ดังนั้นนักการตลาดตาม Online Media Agency  ต่างๆ จะต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมพื้นฐานกันก่อน , โดยต้องเข้าว่าโลกออนไลน์นั้นเป็นพื้นที่ที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าการโฆษณาในแบบ Offline  , และข้อได้เปรียบก็คือ มันเป็นสถานที่ที่ผู้คนจะเลือกเฉพาะสิ่งที่เขาสนใจ(On-Demand Marketing) เช่น ผู้คนจะ Search เฉพาะสิ่งที่เขาอยากรู้ ดู Youtube เฉพาะ Clip ที่เขาสนใจ เป็นต้น  ดังนั้นสิ่งที่โลกออนไลน์มีความได้เปรียบต่อโลกออฟไลน์ก็คือ ผู้คนมีความสนใจในสิ่งที่เขาสนใจอยู่แล้ว เราเพียงแค่เอาสิ่งที่เขาสนใจไปมอบให้กับเขา อย่างถูกที่ถูกเวลา , และทั้งหมดนี้แปลว่าเราจะใช้มุมมองแบบการโฆษณาธรรมดาๆไม่ได้ เพราะมันจะไม่เกิดประสิทธิผลอย่างเพียงพอ
มุมมองด้านความสนใจ (What the customer want)สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Keywords ดังนั้นการตั้งชื่อ การเขียน Description การเขียนบทความ, Advertorial ต่างๆ ต้องมีคำศัพท์ที่ผู้บริโภคใช้ ใช้การตลาดของ  Google และ Facebook ให้เป็นประโยชน์ เพราะคำเสริจเหล่านั้นคือประตูที่ทำให้ผู้บริโภคพบเรา  สิ่งนี้คือหลักสำคัญของ(Search Marketing , SEO)
digital-agency-new-age-media-2
มุมมองด้านเนื้อหา(Content)
Online Marketing นั้น ต้องเชื่อมความสำพันธ์ระหว่างสิ่งที่ผู้คนอยากรู้ และสิ่งที่แบรนด์อยากนำเสนอให้มาบรรจบกัน โดยยังต้องคงความเป็น Branding และการใช้ Media บูรณาการ (IMC)ไว้
digital-agency-new-age-media-1
มุมมองด้านการปรากฎของสื่อ(Impression)ความถี่ของ Media นั้น หากเป็นไปเพื่อการสร้าง Awareness สามารถปรากฎได้บ่อยๆแก่คนวงกว้าง แต่ไม่ควรเป็นการรบกวนด้วยลูกเล่นที่มากเกินไป ควรเป็นสื่อง่ายๆที่ทำให้คนสะดุดตา และสำหรับสื่อที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ(Niche)นั้น จะต้องข้อมูลที่ระเอียดครอบคลุมในทุกคำถามในใจของลูกค้า เพราะว่าสื่อออนไลน์นั้นเป้นสถานที่ที่ลูกค้าสามารถจะไปหาข้อมูลเปรียบเทียบจากที่อื่นได้ง่าย เพราะฉะนั้นจึงเป็นการดีเสียกว่าที่เราจะใช้ข้อมูลที่ครอบคลุมในสื่อของเราเอง
digital-agency-new-age-media-3


  

Online Marketing 101 ตอนที่ 1

เชื่อว่าจนถึงตอนนี้ แม้ Flexmedia จะเปิดมา 10 ปีแล้ว และจะมีการทำ online marketing กันมามากแล้ว แต่ก็ยังมีหลายๆ ท่านที่ยังค่อนข้างใหม่กับ online marketing พอสมควรนะคะ และยังมีความเข้าใจผิดๆ อีกมากเกี่ยวกับการทำ online marketing จึงอยากจะขอแชร์ความรู้เล็กๆ น้อยๆ สำหรับท่านที่คิดว่าตัวเองยังใหม่กับ online marketing นะคะ
ข้อแรก ชัดเจนกับ objective ของ campaign ว่าต้องการอะไร
-          Awareness
-          Traffic
-          Engagement
เพราะในการวาง campaign strategy หรือ media strategy ของแต่ละ objective นั้นจะมีความแตกต่างกันในส่วนของรายละเอียด campaign ที่ได้ awareness มากๆ อาจจะได้ traffic ที่มีจำนวนไม่มาก หรือ campaign ที่มี engagement สูง ก็อาจจะไม่ได้ awareness จำนวนมากเช่นกัน

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกับคำ 3 คำนี้ก่อนนะคะ
Awareness คือ การรับรู้ถึงแบรนด์
Traffic คือจำนวนคนที่เข้าเว็บ
Engagement การสร้างให้ลูกค้ามีความผูกพันลึกซึ้งกับแบรนด์

จะเห็นได้ว่าแค่ความหมายก็ต่างกันแล้วนะคะ ดังนั้นการ plan strategy จึงออกมาต่างกันด้วย ยกตัวอย่างนะคะ
เช่น สินค้า A ออกสินค้าตัวใหม่ อยากให้มีคนรู้จักเยอะๆ โดยอาจจะเลือกการทำ vdo viral marketing เพื่อต้องการให้เกิด impact และ awareness ซึ่งผลที่ได้คือ vdo มียอด view สูงมาก แต่เมื่อคนดู vdo จบก็อาจไม่ได้คลิกเพื่อเข้าเว็บไซต์ต่อ (traffic เข้าเว็บจำนวนไม่มาก) และอาจไม่ได้เข้าเว็บเพื่อไปร่วมกิจกรรม (engagement ไม่มาก) แต่ถือว่าสินค้า A ได้ประสบความสำเร็จแล้วในแง่ของ Awareness เพราะ vdo viral ที่ดีนั้น อาจจะไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อ drive traffic ไปที่เว็บไซต์นะคะ แต่ทำหน้าที่เพื่อให้คนเกิดการรับรู้ และจดจำสินค้านั้นๆ ได้

ตัวอย่าง campaign ของ Dove ตัวนี้นะคะ  ที่ success มากในแง่ของ awareness และ impact และไม่จำเป็นต้องมีการคลิกเพื่อเข้าไปยังเว็บไซต์แล้วค่ะ
แต่หากเราต้องการ traffic เข้าเว็บไซต์เยอะๆ ต้องการคนร่วมกิจกรรมเยอะๆ วิธีการก็จะเป็นอีกแบบ อาจจะจำเป็นต้องใช้ การ optimize campaign โดยมืออาชีพเข้ามาช่วยนะคะ รูปแบบของ Ad กับพื้นที่ในการลงสื่อก็จะมีความแตกต่างกันออกไปด้วย
ครั้งหน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อนะคะว่า impression เยอะ ไม่ได้มีความหมายว่าจะดีเสมอไปนะคะ ส่วนใหญ่ online marketer ท่านใหม่ๆ มักจะติดกับดักข้อนี้นะคะ

by Nathamon

Facebook Groups แอปใหม่จาก Facebook ที่จะช่วยให้คุณคุยกับคนคอเดียวกันได้ง่ายยิ่งขึ้น

Facebook Groups Flexmedia
Facebook ได้ออกแอปลิเคชั่นมาเพื่อรองรับการใช้งานของผู้ใช้อยู่เรื่อยๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เสียงตอบรับ(ในทางลบ)อย่างเช่น Facebook Messenger แต่จนแล้วจนรอด Facebook ก็ยังไม่เข็ด ส่งแอปตัวใหม่ออกมานั่นคือ “Facebook  Groups”
โดยแอปตัวนี้จะช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึง Groups หรือ กลุ่มที่ทางผู้ใช้เองได้เข้าร่วมอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ต้องเข้าผ่านทางแอป Facebook ตัวเดิม ตัวแอปใหม่นี้จะมี User Interface ที่ดูสะอาดน่าใช้ คงต้องบอกว่าแอปนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งาน Facebook Groups เป็นประจำ
Facebook เองคงอยากจะพัฒนาแอปเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุดแต่ไม่รู้ว่าคราวนี้จะเกิด Feedback ด้านลบอย่างเช่น Facebook Messenger อีกหรือไม่
เอาเป็นว่าใครอยากลองใช้แอปใหม่นี้เข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ http://www.facebookgroups.com/
 

“Say Thanks” ส่งความรู้สึกดีๆให้เพื่อนๆของคุณผ่าน Facebook

saythanks-flexmedia

มาส่งความรู้สึกดีๆให้กับเพื่อนใน Facebook ผ่าน “Say Thanks” กัน
ในปีที่แล้ว Facebook ได้สร้างฟีเจอร์ Year in Review ขึ้นมาเพื่อแชร์ประสบกาณ์ในชีวิตของคุณตลอดทั้งปีลงบน Facebook แต่ในปีนี้ Facebook ได้สร้างฟีเจอร์ที่คล้ายๆกันขึ้นมานั้นผู้ใช้ Facebook สามารถสร้าง VDO “Say Thanks” เพื่อที่ส่งต่อความรู้สึกดีๆให้กับ เพื่อน, ครอบครัว, คนรัก, เพื่อนเก่า, เพื่อนร่วมงาน, และอีกมากมายหลายคนที่เป็น Friend ใน Facebook ของเรา
saythanks-flexmedia-2
วิธีการสร้าง VDO “Say Thanks”
2. เลือกเพื่อนคนที่เราต้องการส่ง VDO ไปให้
3. เลือก Theme ที่ต้องการ
4. เลือกรูปที่จะเอามาสร้าง VDO โดยจะสามารถเลือกได้ 7 รูป โดย Facebook จะคัดรูปใน Photo ของเราที่ Tag หรือถูก Post จากเพื่อนคนนั้น
5. กด Share VDO จากนั้นจะขึ้นหน้าต่าง Post VDO มาให้พร้อมข้อความที่ทาง Facebook สร้างมาให้โดยจะมีการ Tag เพื่อนคนนั้นพร้อมติด Hash tag ให้เรียบร้อย ในส่วนนี้เราสามารถแก้ไขข้อความได้เองตามที่เราต้องการ
ลองมาส่งความรู้สึกดีๆให้เพื่อนของคุณผ่านทาง Facebook ได้ที่ https://www.facebook.com/thanks

by Chawin Supakasemwong

Social Media มีโฆษณารูปแบบไหนกันบ้างนะ Part 1


Facebook advertising

ปัจจุบัน Social Media หรือที่เรียกกันในแบบไทยๆว่าสื่อสังคมออนไลน์ก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวันเห็นได้จากมีเหตุการณ์มากมายที่ Social Media กลายเป็นสื่อหลักในการสื่อสารของทางผู้ใช้โดยผลลัพท์ที่ออกมาในแต่ล่ะครั้งก็ถึงขั้นเรียกได้ว่าได้ผลมากกว่าสื่อๆหลักเช่นโทรทัศน์เสียอีก
ในจุดนี้เองหลายๆแบรนด์สินค้าในประเทศไทยเรานั้นได้ใช้ Social Media เป็นช่องทางการสื่อสารกับผู้บริโภคเป็นหลักแล้ว Social Media เองก็ถือเป็น Owned Media หรือช่องทางการสื่อสารของตัวเองที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย แต่…สุดท้ายแล้วก็ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ 100% การที่เราจะแย่งพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์นั้นหากจะใช้วิธีลัดก็ต้องมีการใช้โฆษณาเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในวันนี้ทาง Flexmedia จะมาแนะนำโฆษณารูปแบบต่างๆของ Social Media ที่ยอดนิยมในประเทศไทยกัน
Facebook
เริ่มด้วย Social Media ประจำชาติกับ Facebook โดยปัจจุบันมีผู้ใช้ Facebook ถึง 26 ล้านรายถือได้ว่าเป็นจำนวน 1 ใน 3 ของประชากรในประเทศไทยก็ว่าได้ ด้วยจำนวนขนาดนี้ทำให้บรรดาสินค้าต่างก็สนใจที่อยากจะช่วงชิงโอกาสนี้สำหรับการโฆษณาสินค้าหรือโปรโมชั่นรวมไปถึงข้อมูลต่างๆมาดูกันดีกว่าครับว่า Facebook มีโฆษณารูปแบบไหนบ้าง
Facebook Ads
1. Clicks to Website – โฆษณารูปแบบการเชิญชวนให้กดเข้าไปดูใน Website ที่ได้ลงโฆษณาไว้ โดยรูปแบบนี้เหมาะกับต้องการให้ผู้ใช้เข้าไปดูข้อมูลใน Website นั้นๆมากขึ้น
2. Website Conversions – รูปแบบนี้จะคล้ายๆกับ Click to Website แต่จะแตกต่างกันตรงที่ว่าการคิดค่าโฆษณาจะเกิดจากการกระทำอะไรบางอย่างของผู้ใช้ เช่น จองตั๋ว ซื้อสินค้า ลงทะเบียน
3. Page Post Engagement – โฆษณาประเภทนี้คือการเอาโพสต่างๆที่ทางแฟนเพจได้ลงไว้มาสร้างการรับรู้มากขึ้นโดยผลลัพท์คือการจะได้ยอด Like ยอดแชร์ Comment หรืออาจจะมีการกด Link เพื่อไปยัง Website ที่เราวางไว้ เหมาะสำหรับการโปรโมต หรือต้องการที่สร้างความสัมพันธ์กับบรรดาผู้ใช้ในแฟนเพจของเรา
4. Page Likes – สินค้าไหนที่อยากทำตลาดแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง Page Like อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการลงโฆษณาใน Facebook ก็เป็นได้ รูปแบบของ Page Like คือโฆษณาที่จะเชิญชวนให้ผู้ใช้มากด Like อาจจะเปรียบเทียบได้ว่าเป็นการมาสมัครเป็นแฟนของสินค้าของเรา โดยตัวโฆษณานั้นจะต้องบอกว่าเราเป็นใคร ทำอะไร หรืออาจจะใช้คำพูดเชิญชวนให้เข้ามาค้นหาคำตอบจากเพจของเราจะช่วยให้ผู้ใช้มีความอยากรู้และสนใจเพจเรามากยิ่งขึ้น
5. App Installs – หากใครที่ทำ Mobile App ขึ้นมาแต่ไม่รู้ว่าจะไปโปรโมตที่ไหนลองใช้รูปแบบโฆษณาประเภทนี้ดู โดยโฆษณาขะเชิญชวนให้ผู้ใช้ Facebook ผ่าน Smart Phone สามารถ Install Application ผ่านทาง Facebook ได้ทันที
6. App Engagement และถ้า Application เราเป็นที่รู้จักหรือมียอดดาวน์โหลดพอสมควรแล้ว ก็ตามซ้ำด้วย App Engagement ลักษณะจะเป็นการเชิญชวนให้กระทำอะไรบางอย่างใน Application เช่น จองห้องพักผ่าน App ของโรงแรม, จองตั๋วเครื่องบินผ่าน App สายการบิน หรือ ลองเล่นเกมที่เราเคยได้ install ไว้เนื่องจากตัวเกมมีการอัพเดตเป็นต้น
7. Event Responses จะเป็นการโฆษณาชวนให้ผู้ใช้เข้าร่วม Event ที่เราจัดขึ้นโดยโฆษณาประเภทนี้ผลลัพท์จะได้เป็นยอดคนที่สนใจซึ่งจะทำให้เราสามารถวางแผนการจัดงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
8. Offer Claims หากสินค้าไหนมีส่วนลดหรือข้อเสนอพิเศษก็สามารถลงโฆษณารูปแบบนี้เพื่อเชิญชวนให้ผู้ใช้นำข้อเสนอพิเศษนั้นๆมาใช้กับสินค้าของเราได้ คล้ายๆเป้นการโปรโมตโปรโมชั่นทั่วไปแต่จะกรองเฉพาะผู้ที่สนใจจริงๆ
9.  Video Views เป็นการโฆษณา Video ที่เราอัพโหลดไว้ในแฟนเพจ
โดยปัจจุบัน Facebook มีรูปแบบโฆษณา 9 ประเภท และในอนาคตหากมีโฆษณารูปแบบใหม่ทาง Flexmedia จะรีบมาอัพเดตให้ทราบทันทีครับ ส่วนใน Part 2 จะแนะนำโฆษณาของ Social Media ประเภทอื่นๆบ้างเอาไว้สัปดาห์มาอัพเดตกันใหม่นะครับ

by Chawin Supakasemwong

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

10 วิธี ลืมคน(เคย)รัก


การลืมใครสักคน ก็คงเป็นเรื่องกล้วยๆ ด้วย 10 วิธีที่จะช่วยให้คุณรีบตัดใจ และเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ พร้อมเจอะเจอกับรักแท้อยู่ตลอดเวลา...

ใช้เวลาว่าง สมใจอยาก
อยากจะเรียนภาษาอื่นเพิ่มเติมมานาน แต่เกรงว่าจะไม่ได้ไปเที่ยวไหนต่อไหนกับแฟน เลยบอกปัดตัวเองมาแล้วหลายครั้ง หรือถ้าคิดจะเรียนต่อเพื่ออัพโปรไฟล์ เวลานี้ก็นับว่าเข้าท่าดีไม่น้อย หรือจะไปเที่ยวไหนก็ไม่มีใครคอยตามหึงตามหวง จะลงเรียนคอมพิวเตอร์ ถ่ายภาพ ทำอาหาร หรืออะไรก็ตามที่อยากทำมานานแล้วไม่ได้ทำสักที บางทีคุณอาจเจอคนใหม่ๆ ที่ดีกว่าเก่าด้วยซ้ำ หรือจะไปเที่ยวกับคนที่บ้าน มีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น แล้วคุณจะรู้สึกว่า ชีวิตก็มีความสุขได้ไม่ต่างกัน 
ยอมรับในความสัมพันธ์ หยุดตามตื้อ
ยิ่งคุณยอมรับจุดจบได้เร็วเท่าไหร่ คุณยิ่งเริ่มต้นได้ไวมากขึ้นเท่านั้น เข้าใจว่าคุณกับเขาอาจใช้เวลาร่วมกันมายาวนาน ภาพจำยังติดตาไม่หาย แต่การยื้อไว้ก็คงไม่มีประโยชน์ เมื่อฝ่ายใดหมดใจ และอย่าได้พยายามทวงสิ่งของคุณคืน เพราะยิ่งจะทำร้ายให้ต่างฝ่ายต่างรู้สึกไม่ดีมากขึ้น ขอให้คุณคิดว่าสิ่งของที่คุณเคยให้เขาไปนั้น เป็นสิ่งของที่เกิดจากความปรารถนาดีของคุณล้วนๆ ขอคืนมาเก็บไว้ นั่นยิ่งจะฝังใจกันไปเปล่าๆ
นึกถึงเรื่องไม่ดีของอีกฝ่าย
เพียงแค่ลิสต์นิสัยแย่ๆ จากตอนที่เคยคบกัน เช่น เอาแต่ใจตัวเอง ปากไม่ตรงกับใจ ฯลฯ จะทำให้คุณรู้ว่า แท้จริงแล้วอีกฝ่ายก็ไม่ใช่นางฟ้าหรือเทวดาอย่างที่คุณวาดฝัน เขาก็เป็นแค่บุคคลธรรมดาสามัญที่มีข้อหาติดตัว ไม่นานอาการช้ำรักของคุณที่มี ก็จะหายไป และไม่รู้สึกเสียดายอะไรเลย
เล่าไว้ให้เป็นวิทยาทาน 
การแชร์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของคุณในที่สาธารณะนั้น สิ่งแรกที่คุณต้องลืม คือลืมชื่อของเขา (อย่าให้เราหรือเขาต้องขายหน้า หรือว่ายิ่งบานปลาย) เป็นเพียงแค่ตัวอย่างพฤติกรรมของ "เงา" ในคราบคนรักเก่า จะช่วยให้คุณชัดเจนกับสิ่งที่คิดมากขึ้น ไม่มีอะไรติดค้างคาใจ และพยายามไม่กลับไปเป็นอย่างเดิมอีก บางทีคุณอาจได้รับคำปรึกษาดีๆ จากคนอื่น หรืออย่างน้อยก็ช่วยให้คุณได้ระบายความรู้สึกของตัวเองออกมา ได้รับกำลังใจกลับคืนมาบ้าง และไม่ได้เผชิญสิ่งนี้อยู่เพียงลำพัง ยังมีคนอื่นที่เคยผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ เช่นคุณอยู่อีกมากมาย และคุณจะมองว่าเรื่องรักของคุณ มันก็เป็นแค่เรื่องรักธรรมดาๆ เรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง
ไม่ต้องตามติดชีวิตของเขา 
การทำตัวเป็นนักสืบ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว รังแต่จะทำให้เจ็บแปลบแสบหัวใจ หรือการไปตามสืบสาวดูเรื่องราวชีวิตรักของเขา ผ่านทางเฟซบุ๊ก หรือถามข่าวคราวจากเพื่อนๆ ก็คงไม่มีประโยชน์ จงทำให้เขากลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับคุณจะดีกว่า เขาจะไปเที่ยวที่ไหน หรือไปมีคนใหม่อีกสักกี่คน ก็ไม่ใช่กงการอะไรของคุณอีกต่อไป ทางที่ดีลบเฟซบุ๊กเขาทิ้งไปเลยจะดีกว่า รวมถึงช่องทางอื่นๆ คุณจะได้ไม่เผลอไผลเข้าไปดูให้ตัวเองรู้สึกเจ็บใจในตั้งแต่แรก
ไม่ไปในที่ที่เคยไป 
หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่เคยไปกับเขา อย่างเช่น ห้างสรรพสินค้าประจำ ร้านอาหารอร่อย ที่มาไปเที่ยวหรือไปทานกับเขาอยู่บ่อยๆ ก็จงทิ้งระยะห่างด้วยการไปยังสถานที่อื่นๆ ที่ไม่เคยไปบ้าง เพื่อซักฟอกความทรงจำให้ใสสะอาดหมดจดดีเสียก่อน ถ้ามีความจำเป็นต้องย้อนกลับไปในที่เหล่านั้น ก็พยายามอยู่ในสถานที่ที่เคยมีความทรงจำกับเขาให้น้อยที่สุด 
ถ้าจำเป็นต้องเจอ พยายามหลีกเลี่ยงการเจอเขาแบบตัวต่อตัว
พยายามหลีกเลี่ยงการเจอเขาแบบตัวต่อตัว เพราะเกิดเขาเผลอมาทำดีกับคุณ คุณอาจจะยิ่งเขวไปกันใหญ่ แต่ถ้าเขามากับแฟน ก็จงเงียบไว้ ทางที่ดีอย่าเผลอทำตัวท้าทายเพื่อความสะใจ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรคุยอย่างเรียบง่าย และกระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้  
ออกไปหาเพื่อนๆ 
อย่าลืมคิดถึงเพื่อนของคุณเป็นอันดับแรก เพราะสุดท้ายคนที่คอยปลอบใจ ก็คือ เพื่อนของคุณ (คนที่คุณมองข้ามหัวพวกเขามานานนี่แหละ!) ลองออกไปเที่ยวตามประสาคนโสดกับพวกเขาดูบ้าง คุณจะได้ไม่เหงา แถมยังได้เปลี่ยนบรรยากาศอีกด้วย ไม่แน่ว่าชีวิตคนโสด อาจทำให้คุณติดใจจนลืมคิดเรื่องแฟนเก่าไปเลยก็ได้ รู้สึกถึงข้อดีในชีวิตโสดๆ ก่อนจะกลับมาสู่โหมดมีแฟนอีกครั้ง นั่นก็ถือซะว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อย 
คิดเสียว่า สวรรค์ต้องการทดสอบ
เป็นบททดสอบจากสวรรค์ สำหรับผู้ที่มีความมานะบากบั่น รู้จักการปรับตัวเข้าหาคนอื่น รู้จักการเป็นผู้นำและผู้ตาม ถึงคุณจะทำสิ่งที่ว่ามาทั้งหมดและยังล้มเหลวอยู่ คุณก็ได้ทักษะหลายอย่างที่คนไม่เคยมีแฟนไม่มี หากคุณยังหนักแน่นเพียงพอ คุณจะมองเรื่องรักที่ผ่านมาเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อไหร่ที่คุณเรียนรู้ว่า ชีวิตคุณต้องการอะไร และต้องการคนแบบไหนมาเป็นคู่ครอง นั่นไม่ใช่เพราะความล้มเหลวที่ทำให้คุณ "มองเห็นตัวเองชัดขึ้น" หรอกหรือ? ถือเป็นการถอยออกมา เพื่อเตรียมตัวเองให้ดีขึ้น รู้ความต้องการของตัวเองและคนอื่นมากขึ้น แข็งแกร่งมากขึ้น เมื่อนั้นคุณจะยืนหยัดในสังคมได้อย่างมีความสุขด้วยตัวคุณเอง และเมื่อใดที่มีใครสักคนเข้ามา คุณก็จะมีความสุขยกกำลังสอง หรือถึงจะไม่มีเขาอยู่ คุณก็เรียนรู้การอยู่คนเดียว และมีความสุขกับมันได้เช่นกัน 
เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ (จนอีกฝ่ายรู้สึกเสียดาย)
ให้นึกถึงคนที่เริ่มต้นทำธุรกิจ ชีวิตก็ย่อมมีวันพลาดพลั้งกันได้ ล้มเหลวกันได้ กว่าที่ใครสักคนจะประสบความสำเร็จด้านใดด้านหนึ่ง เขาก็ย่อมต้องผ่านจุดที่ต่ำสุดในชีวิตมาแล้วด้วยกันทั้งนั้น แต่นี่คุณแค่เปลี่ยนสถานะตัวเองไปเท่านั้น ไม่ไช่ล้มละลายเสียที่ไหน ชีวิตยังเริ่มต้นใหม่ได้ โดยไม่เสียเครดิตอะไรเลย แถมคุณยังมีประสบการณ์ชีวิตติดตัวเพิ่มมากขึ้น วันหนึ่งคุณก็ย่อมประสบความสำเร็จได้เช่นกัน ถ้าคุณทำตัวเองให้ดีขึ้น เรียนรู้ และปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ ใช่ว่าคนที่ประกอบธุรกิจสำเร็จ นั่นคือธุรกิจแรกในชีวิตของเขา และใช่ว่าคนที่แต่งงานกัน นั่นคือแฟนคนแรกในชีวิตของเขา ซะเมื่อไหร่กันเล่า...

cr.thailiker

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ไหว้พระ 9 วัดเสริมสิริมงคล

ครที่อยากเสริมเป็นสิริมงคลแก่ตนเองการไหว้พระ 9 วัด ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุณสามารถทำได้ค่ะ และวันนี้ทาง Sanook! Horoscope ได้รวบรวมวัดทั้ง 9 รวมไปถึงวิธีการลักการะบูชา การเดินทาง มาไว้ให้ชาว สนุก!ดูดวงได้เตรียมให้พร้อมก่อนไปทำบุญสักการะไหว้พระ 9 วัดกันค่ะ



1. ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร (เวลาเปิด-ปิด 05.30 - 19.30 น.)
ไปสักการะ "เทพารักษ์ทั้ง 5" คือ พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระกาฬไชยศรี, เจ้าพ่อเจตคุปต์, เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อ "ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี" ไหว้ เสาหลักเมืององค์จำลอง ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ผ้าแพร 3 สี ดอกบัว และไหว้องค์จริงด้วยพวงมาลัย
สถานที่ตั้ง อยู่บริเวณหัวมุมสวนหลวง ข้างพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 47, 53, 64, 80, 82, 91,201, 203 รถปรับอากาศ สาย 503,508, 512


2. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว(เวลาเปิด-ปิด 08.30 - 16.00 น.)
ไหว้พระแก้วมรกต พระพุทธรูปสำคัญในภูมิภาคเอเชีย เป็นศูนย์กลางความศรัทธาไทย - ลาว เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระแก้วมรกต แก้วแหวน เงินทองไหลมาเทมาตลอดปี" ด้วยธูป เทียน ดอกบัวคู่
สถานที่ตั้ง อยู่ในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร 
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 53, 59, 64, 80, 82,91,201, 203 รถปรับอากาศ สาย 501, 503, 508, 512


3. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)
นมัสการพระพุทธไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์ (ที่ฝ่าพระบาททั้งสองข้างประดับมุก ลวดลายภาพมงคล 108 ประการ) เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระนอนวัดโพธิ์ ร่มเย็นเป็นสุข อยู่ดีกินดีตลอดปี" ด้วยธูป 9 ดอก เทียนแดงคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น หากใครที่เกิดในปีมะเมีย สามารถแก้ปีชงได้ที่วัดนี้ แนะนำให้ไปไหว้ขอพระ"พระพุทธเทวปฏิมากร" เสริมดวงให้ชีวิตสดใส สมหวังทุกประการ
สถานที่ตั้ง หลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร 
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 6, 9, 12, 25, 43, 44, 47, 53, 60, 82, 91, 123,รถปรับอากาศ สาย 501, 508


4. ศาลเจ้าพ่อเสือ (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)
ไปสักการะ เจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิม ฯลฯ เพื่อเสริม "อำนาจบารมี" ด้วยธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียนแดง 1 คู่ พวงมาลัย 1 พวง "ศาลเจ้าเก่าแก่ของลัทธิเต๋า" หนึ่งในสามมหาสถานของพระนครที่ชาวจีนต้องสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล "เสริมอำนาจบารมี"
สถานที่ตั้ง ถนนตะนาว แขวงเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร 
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 19, 35, 42, 56, 96


5. วัดสุทัศน์เทพวราราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)
ไหว้พระองค์ประธาน (พระศรีศากยมุณี) ที่เก่าแก่ ซึ่งอดีตเคยประดิษฐานอยู่ที่วิหารหลวงวัดมหาธาตุของกรุงสุโขทัย เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระวัดสุทัศนฯ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป" ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 2 เล่ม ดอกบัวหรือพวงมาลัย
สถานที่ตั้ง บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 10, 12


6. วัดชนะสงคราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)
ต้องไปสักการะ "พระประธาน" ในพระอุโบสถ และ "สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา)" ผู้นับถือความซื่อสัตย์ ด้วย ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก มีความเชื่อว่า "จะมีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง ไหว้พระวัดชนะสงคราม อุปสรรคร้ายพ่ายแพ้"
สถานที่ตั้ง ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร 
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 3, 6, 9, 15, 30, 32, 33, 43, 53, 64, 65, 82, 123 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 6, 509


7. วัดระฆังโฆษิตาราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)
สักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และพระประธานที่วัดระฆัง อ่านคาถาชินบัญชร เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระวัดระฆัง มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี" ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 3 แผ่น หมากพลู
สถานที่ตั้ง ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย 
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 19, 57, 83 ท่าเรือ เรือด่วนเจ้าพระยา ลงท่ารถไฟหรือท่าวังหลังก็ได้ หรือลงเรือข้ามฟากจากท่าช้างไปท่าวัดระฆัง


8. วัดอรุณราชวราราม หรือ วัดแจ้ง (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)
ไหว้พระปรางค์วัดอรุณฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระวัดอรุณ ชีวิตโรจน์รุ่ง ทุกวันคืน" ต้องไปสักการะ"พระประธาน" ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ และต้องไปเดินทักษิณาวัตรรอบ "พระปรางค์" อีก 3 รอบ เพื่อ"ชีวิตรุ่งโรจน์"
สถานที่ตั้ง ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ 
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทางสาย 19, 57, 83 ทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าเตียนขึ้นที่ท่าวัดอรุณ


9. วัดกัลยาณมิตร หรือวัดซำปอกง (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)
ไหว้หลวงพ่อซำปอกง (พระพุทธไตรรัตนนายก) พระโตริมน้ำตามตำนาน กรุงศรีอยุธยา ณ วัดกัลยาณมิตร เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้หลวงพ่อซำปอกง โชคดีมีชัยปลอดภัยตลอดปี" ด้วยธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่
สถานที่ตั้ง แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี 
การเดินทาง โดยรถประจำทาง สาย 3, 4, 7, 7ก, 9, 21, 37, 56, 82 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 7, 21, 82 (นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างจากโรงเรียนศึกษานารี เข้ามาที่วัดเพราะรถ ประจำทางเข้าไม่ถึง) ทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าปากคลองตลาดขึ้นท่าวัดกัลยาณมิตร เพื่อความสะดวกควรเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง หรือบริการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากสถานที่จอดรถมีจำกัดมาก

การได้ไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนั้นไม่จำเป็นต้องไปในวันพิเศษทางศาสนาเท่านั้น หากสามารถไปนมัสการได้ทุกเมื่อ ซึ่งการไปนมัสการนี้ ไม่เพียงจะก่อให้เกิดความสบายใจเท่านั้น หากยังเป็นกุศโลบายที่สร้างความเชื่อมั่นในการพาชีวิตก้าวเดินต่อไปในอนาคต ด้วยสัญญาใจที่ให้ไว้กับตัวเอง และถ้าไม่มุ่งมั่นในการโกย "มงคล" เกินไป เวลานั้นน่าจะเป็นเวลาทองที่ได้ซึมซับความสงบสุข ความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ได้อีกด้วย