วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557

• ศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้สำหรับการกรอกใบสมัครงาน

นำมารวมพอสังเขปไปก่อนนะครับ

Application Form แบบฟอร์มสมัครงาน
Application Letter จดหมายสมัครงาน
Applicant / Candidate ผู้สมัครงาน
To be complete in own handwriting เขียนใบสมัครด้วยลายมือตนเอง
Confidential เป็นความลับ
Position applied for/Position sought/Position Desire ตำแหน่งที่สมัคร/ต้องการ
Salary expected เงินเดือนที่ต้องการ
Personal Data /Curriculum vitae (CV)/Bio Data/Data Sheet/ Resume ประวัติส่วนตัว
Nationality สัญชาติ
Race เชื้อชาติ
Identification Card ( ID Card ) บัตรประชาชน
Issued by ออกให้โดย
Maritial Status สถานภาพสมรส
Single เป็นโสด Married แต่งงานแล้ว Widowed เป็นหม้าย Divorce หย่าร้าง
Person to notify in case of emergency  บุคคลติดต่อกรณีฉุกเฉิน
Certificate degree obtained ประกาศณียบัตรหรือปริญญาที่ได้รับ
Military status สถานภาพทางการทหาร
Experience / Previous employment ประสบการณ์การทำงาน
Reason for leaving เหตุผลที่ออกจากงาน (เก่า)
References / Referees บุคคลอ้างอิง
Applicant Signature ลายเซ็นผู้สมัคร
Reserved Officer's Training Corps Course (ROTC) หลักสูตร รด.
No Military Service Obligation ไม่มีพันธะทางทหาร
Self employed ทำงานส่วนตัว
Equivalent Qualification คุณวุฒิเทียบเท่า
Letter of Reccommendation / Employment Certificate / Testimonial จดหมาย/เอกสารรับรองการผ่านงาน
Birth Certificate สูติบัตร
Vocational Certificate ปวช.
Higher Vocational Certificate ปวส.
Home Registration Certificate ทะเบียนบ้าน
Dependent ผู้อยู่ในอุปการะ
Extra-Curricular Activities กิจกรรมนอกหลักสูตร
Special skill ความชำนาญพิเศษ
Expert in เชี่ยวชาญใน....
Negotiable สามารถต่อรองได้
Guarantor ผู้คำประกัน
Fringe Benefits ผลประโยชน์ที่ลูกจ้างได้รับนอกจากรายได้ประจำ
Spouse คู่สมรส
Date of attended วันที่เข้าเรียน
Military Discharge Letter / Certificate of exemption from military service ใบปลดประจำการทหาร

เทคนิคการ สมัครงาน ขั้นเทพ

สวัสดีทุกท่าน
 คนที่เกรดเฉลี่ยน้อยมากๆ การสมัครงานถ้าไม่เตรียมพร้อม ยังไงก็ไม่ได้ ณ ขณะที่คุณอ่าน Blog ผม คุณรู้ไหมมีคนอีกเป็นหมื่นใช้เวลากลับการเตรียมตัว เพื่อสมัครงาน 
ขั้นตอนการสมัครสำหรับ คนเกรดน้อยกว่า 2.75
1. ต้องแสดงความตั้งใจในการสอบสัมภาษณ์
  คำถามต่างๆนานา จะใส่คุณจนตั้งตัวไม่อยู่ เพื่อจะดูความตั้งใจคุณ การที่คุณกรอกใบสมัคร เขียนอะไรไว้ เค้าจะถามเรื่องพวกนั้น ฉะนั้นจงเขียนแต่ความจริง หรือถ้าเนี่ยได้ก็เนี่ยไป
2.เตรียมตอบคำถาม แถม ยิงคืนด้วย  (มีคนโหวตว่าข้อนี้ สำคัญ)
  คำถามพวกคิดยังไงกับอนาคต วางแผนอนาคตยังไง คุณเป็นผู้นำหรือผู้ตาม
 เวลายิงคืน ขอเนี่ยๆๆอย่าทำให้เค้าดูว่าเราก้าวร้าว "ผมขอถามหน่อยครับ" เชื่อว่าเค้าถามคนอื่นมาเยอะแล้ว มีคนถามเค้าบ้างก็ดีนะ  ถามแบบฉลาดๆๆหน่อยนะ ขอยกตัวอย่าง " บริษัทเราลูกค้าเยอะไหมครับ , ลูกค้าลักษณะไหน เป็นต้น
3.รูปร่าง ความสง่า คือ หน้าตาบริษัทอีกทางหนึ่ง
   คงไม่มีเจ้านายคนไหนที่ หน้าตาไม่ดีเป็นเจ้านายคุณใช่ไหม หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ยิ่งงานทีีี่ต้องพบลูกค้า " ขอหยาบหน่อย - สวยแต่โง่ ก็เอา  เพราะพบลูกค้านิ ความรู้จริงๆของงาน สอนกันใหม่ได้"   มีอีกกรณีครับ น้องสวนมากๆ จนไม่กล้ารับ สูงยาวเข่าดี สวยงามมาก Manager บอกว่า น้องน่าจะไปทำพวกการบินไทย ไม่น่ามาทำงานแบบนี้ เลยไม่รับ..เเบบนี้ก็มีครับ
4.การมีประสบกราณ์สำคัญ
 เคยทำงานอะไรบ้าง ร่วมกิจกรรมอะไรมาบ้าง ขอให้ตอบเกี่ยวกับงาน ที่ทำกิจกรรม ฝึกทำงานเป็นทีมก็ตอบไป" ออกค่ายช่วยเหลือสังคม
"ในบริษัทที่ใหญ่ๆจะอยู่ได้นานต้องมีการคืนกำไรต่อลูกค้า "
5.เคยเจอครับ ตายน้ำตื้น ลืมวิชา Basic เจอสูตรคูณเข้าไป
 เจ้านายโดยเฉพาะวิชาที่คำนวณ ต้องการความถูกต้อง เร็ว ฉะนั้นเตรียมตัวไว้ครับ  วิชาพื้นฐาน ศัพท์พื้นๆจำเป็น  เค้าอยากได้คนที่พร้อมทำงานเลยพรุ่งนี้
6.ไปสอบสัมภาษณ์หลายๆๆที่ ลดอาการตื่นเต้น
 เวลาเจอบริษัทที่อยากได้ จะได้มีความมั่นใจ ลองสอบสัมภาษณ์เยอะๆๆ ไปแล้วไม่เสียหายแน่นอนครับ แถมเตรียมความพร้อมตลอดเวลาให้เราอีก
7.ความมั่นใจ นั้นสำคัญ
 ก่อนเข้าได้มั่นใจยังไงเราก็ได้ เตรียมตัวไปเยอะๆ จะได้ไม่พลาด ผลพลอยได้จากข้อ 6 ครับ
8.อุปกรณ์การเขียน การแต่งตัว 
 ปากกา whiteboard Liquid ดินสอ ยางลบ จัดไปให้ครบ ส่วนการเเต่งตัวสุภาพ เสื้อเชิ๊ต กางเกงสุภาพ รองเท้าหนัง เอาแบบว่าเห็นแล้วให้คนเห็นว่า "อืม น่าสนใจ ดูสะอาดดี"   ถ้าลืมปากกามา โดนไล่กลับไปแล้ว กางเกงขาเดฟ ขาดๆเกินๆ งดช่วงสมัครงานนี้เลย..
9.คำถามเรื่องฐานะทางบ้าน
 ตอบอย่างมั่นใจเลยว่า ครอบครัวเราอบอุ่น ไม่มีปัญหาทั้งที่มีปัญหา ลองคิดดู คุณคงไม่อยากรับคนที่มีปัญหามาร่วมงานมากนักใช่ไหม

ปล.สำหรับคนที่มีความคิดเห็นต่างๆๆ Post ได้เลยครับ
แค่นี้ก่อนนะ
"งานด่วน มาก่อน งานใหญ่"
I Love Wonder Girl  cr. by woraponr

ตัวอย่าง resume (ขั้นเทพ) เทคนิคและวิธีการ เขียนให้ได้งานทำ

เทคนิคการเขียนเรซูเม่ (Resume)
1.กระชับและรัดกุม
Resume ที่ดี ควรเขียนให้กระชับ ชัดเจน หลีกเลี่ยงการใช้ย่อหน้ายาวเกินไป และควรประกอบไปด้วยรายละเอียดข้อมูลที่จำเป็นและเป็นประโยชน์กับคุณเอง โดยไม่ควรให้ยาวเกิน 1 หน้ากระดาษ A4  หรือ ยกเว้นว่า ถ้ามีข้อมูลที่สำคัญหรือเป็นประโยชน์จริงๆ และไม่สามารถจบได้ใน 1 หน้า ก็อาจยาวเป็น 2 หน้าได้ แต่ถ้าหากข้อมูลนั้น ไม่ได้เป็นประโยชน์หรือไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่คุณจะสมัครงานเลยก็ไม่ควรให้ยาว 1หน้าจะดีที่สุด
2. เลือกใช้คำที่ดึงดูดน่าสนใจ
 การใช้ภาษาใน Resume นับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก Resume ที่ดีจะต้องชัดเจน อ่านง่าย และสามารถทำให้ผู้อ่านเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว โดยควรเน้นใช้คำที่เน้นถึงความสามารถ ความสำเร็จที่ผ่านมาและให้ละการใช้คำประธาน เช่น “กระผม” หรือ “ดิฉัน” รวมถึง หลีกเลี่ยงการใช้รูปแบบประโยคแบบถูกกระทำ
3. ย้ำเน้นให้เห็นประสบการณ์ความสามารถของตัวคุณ
 - อย่าเขียนให้คลุมเครือ ควรเขียนในสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดแจ้ง เช่น “สามารถเพิ่มยอดขายจากปีที่ผ่านมาถึง 20 % เป็นต้น
 - ควรซื่อสัตย์ เขียนแต่สิ่งที่เป็นจริงเท่านั้น ไม่ควรเขียนเท็จหรือโอ้อวดจนเกินจริง เพราะสามารถจับผิดได้ไม่ยากในขั้นตอนการสัมภาษณ์งานหรือหากโอกาสคุณโชคดี ได้งานทำก็อาจถูกเชิญออกได้ภายหลัง หากข้อเท็จจริงปรากฏขึ้น
4. อย่าละเลยรูปร่างหน้าตาของ Resume
 Resume เป็นสิ่งที่จะสร้างความประทับใจครั้งแรกให้กับผู้ว่าจ้าง ดังนั้น Resume ที่จะดึงดูดผู้อ่านจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับถ้อยคำที่คุณบรรจงแต่งลงไปใน Resume เท่านั้น แต่คุณยังต้องให้ความสำคัญด้วยว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้ถ้อยคำเหล่านั้นมีค่ามากขึ้นมาด้วย
หัวข้อที่ต้องมีในการเขียน Resume
1. วัตถุประสงค์ ตำแหน่ง ขอบเขตของลักษณะงานที่ต้องการ
2. ข้อมูลส่วนตัว ชื่อ – นามสกุล, ที่อยู่ รหัสไปรษณีย์, หมายเลขโทรศัพท์
3. ประสบการณ์ เรียงจากปัจจุบันย้อนไปอดีต
4. วุฒิการศึกษาเรียงจากหลังสุดไป
5. กิจกรรมนอกหลักสูตร,งานสังคม,กิจกรรมชุมชน
6. ความสามารถพิเศษ, งานอดิเรก
7. ความสำเร็จ,จากประสบการณ์การทำงาน,ในระหว่างเรียน,ผลงาน,ทุนการศึกษา
8. ข้อมูลส่วนบุคคล,บุคลิก,ลักษณะเด่นที่มีประโยชน์ต่องาน
9. ผู้รับรอง/บุคคลอ้างอิง
10. รูปถ่ายหน้าตรง 1 หรือ 2 นิ้ว แต่งกายสุภาพเหมาะสม
ตัวอย่าง Resume ภาษาไทย
โสภณ  สุวรรณแพทย์
     35/7 ถนน สาทรเหนือ ยานนาวา กทม. 10120
โทร 02-216-8941, 084-645-7000
sosuwannapat@hotmail.com
จุดมุ่งหมายทางอาชีพ และคุณสมบัติ
      มีความประสงค์จะใช้ความสามารถ  ในด้านการจัดการ  ทำงานฝ่ายบุคคลโดยเฉพาะการพัฒนามนุษย์และพัฒนาองค์กร ในธุรกิจขนาดกลาง
- เคยได้รับคัดเลือกเป็นประธานชมรม “เพื่อนช่วยเพื่อน” ดูแลนักศึกษารุ่นน้องในเรื่องของการเรียน และแนวทางการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย เป็นเวลา 2 ปี
- เป็นกรรมการจัดทำวารสาร “ปาริชาต” ซึ่งเป็นวารสารเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย เป็นเวลา 1 ปี
- เคยเป็นผู้นำกลุ่มในการทำกิจกรรมเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยและได้รับเกียรติบัตรแสดงความขอบคุณจากอธิการบดี
การศึกษา
- สำเร็จปริญญาตรี บริหารธุรกิจ ปี พ.ศ. 2550
- วิชาเอก การบริหารทั่วไป วิชาโท สังคมวิทยา
- มหาวิทยาลัย ทักษิณ
ประวัติส่วนตัว
- วัน เดือน ปี เกิด : 5 สิงหาคม 2526
- สุขภาพแข็งแรงดี สถานภาพทางการสมรส โสด
- สถานภาพทางทหาร
ประสบการณ์
- เคยทำงานขายเสื้อผ้า หารายได้พิเศษเพื่อเป็นทุนการศึกษาในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน และสามารถหาเงินได้ปีละประมาณ 10,000 – 20,000 บาท
- เคยเป็นอาสาสมัครทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติสึนามิ มีหน้าที่คอยช่วยเหลือทางด้านจิตใจของผู้ที่ประสบภัยธรรมชาติ เป็นเวลา 2 เดือนเศษ ได้รับคำชมเชยจากอาจารย์และเจ้าหน้าที่ว่าทุ่มเทให้กับการทำงานดีมาก
ทักษะพิเศษ
- มีมนุษยสัมพันธ์และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี
- พูดภาษาอังกฤษได้ มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ในระดับปานกลาง (Word, Excel, Internet )
- สนใจดนตรีหลายประเภท โดยเฉพาะดนตรี แจ๊ซ
- มีรถจักรยานยนต์ของตนเอง และสามารถขับรถได้

ตัวอย่าง Resume ภาษาอังกฤษ
NITAYA   SOPONGPUN
48  MOO 4  SATHORN ROAD
BANGKOK  10120
TELEPHONE............
CAREER OBJECTIVE : To design and implement programs in broadcast journalism and to Use my    skills in communications to develop innovative television and radio dialogue
EXPERIENCE  :  COMMUNICATIONS – Helped edited university ‘s Newspaper for 1 years.  LEADERSHIP – Coordinated a fund-raising Drive for an audio-visual club.  BROADCAST JOURNALISM - Designed an educational program for children Received award from my professor.

EDUCATION  : Bachelor of Arts Degree, 1990 
……………………….University
Major  :  Mass Communications
Minor  :  Audio Visua
PERSONAL  Birthday              :  June 3,  1980
INFORMATION  :  Marital Status     :  Single
Health                  :  Excellent
Interest                 :  Reading , Tennis
OTHER  Ability to type both Thai and English at 50 wpm.  Communicate effectively in
QUALIFICATIONS  : writing and speaking both Thai and Chinese languages
REFERENCES  :  Available upon request


วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

10 อันดับประเทศที่มีคนไปเที่ยวมากที่สุดปีล่าสุด!!

การท่องเที่ยวนั้นเป็นกิจกรรมที่คนทั้งโลกชอบ เพราะถือเป็นการได้ไปพบเจอกับวัฒนธรรมใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ชีวิตที่ทุกคนต้องเคยเจอ ยิ่งเป็นการเที่ยวต่างประเทศด้วยแล้วความสนุกก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ทางเว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ ได้เผยผลการจัดอันดับ 10 ประเทศที่คนไปเที่ยวมากที่สุดในโลก ที่วันนี้ทีมงาน Toptenthailand ได้เอามาฝากท่านผู้อ่านกัน ใครอยากไปประเทศไหนก็จองตั๋วกันเลยค่ะ
อันดับ 10 ประเทศไทย 26.5 ล้านคน
ทุกคนคะ!! ประเทศเราติดดันดับกับเค้าด้วยค่ะ ที่สำคัญไม่ใช่อันดับในเรื่องแย่ๆด้วย ประเทศเราถือว่าน่าสนใจมากในสายตาของชาวต่างชาติ เพราะด้วยความที่วัฒนธรรม ประเพณียังถูกอนุรักษ์ไว้อยู่ แถมคนในประเทศก็น่ารัก (หรอ) ยิ้มแย้มแจ่มใส อากาศก็ดี(ฝรั่งชอบอากาศร้อน) แถมราคายังไม่แพง ค่าครองชีพก็ถูกทำไมเค้าจะไม่มาเที่ยวกันล่ะคะ

ขอบคุณรูปจาก http://www.zmetravel.com/travel-tips/is-it-safe-to-travel-to-thailand-3858
อันดับ 9 ประเทศรัสเซีย 28.4 ล้านคน
ประเทศมหาอำนาจอีกประเทศนึงที่ถึงแม้อากาศจะหนาวเย็นแค่ไหนคนก็ยังไม่วายไปเที่ยวอยู่ตลอด ก็เพราะความสวยงาม และประเทศยังใหญ่มากจึงมีที่ท่องเที่ยวเยอะแยะตระการตาไปหมด ตั้งแต่พระราชวังยันป่าเขา แต่ปีหน้าคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวคงลดลง เพราะปัญหาความไม่สงบภายในประเทศชัวร์ๆ

ขอบคุณรูปจาก http://geovisions.org/program/teach-english-in-russia/
อันดับ 8 ประเทศอังกฤษ 31.2 ล้านคน
เป็นประเทศที่ต้องติด 1 ใน 10 ของทุกๆปี และถือเป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความที่ภาษาที่ใช้ก็ง่ายกับการสื่อสาร สามารถไปคนเดียวหรือเป็นหมู่คณะได้สบายๆ สถานที่ท่องเที่ยวยังมีให้เลือกหลากหลายว่าจะไปแนว ช้อปปิ้ง หรือแนวประวัติศาสตร์

ขอบคุณรูปจาก http://freewallpaperspot.com/31-england-wallpaper.html
อันดับ 7 ประเทศเยอรมนี 31.5 ล้านคน
ประเทศมีนี้ประวัติอันยาวนานที่แค่เล่าคงไม่พอ ต้องไปดูบรรยากาศความสวยงามแบบคลาสสิกของทั้งตึกรามบ้านช่อง ผู้คน และสถาปัตยกรรมเก่าๆด้วยตัวเอง คงจะเป็นประเทศที่ถูกใจบรรดาคนรักเสียงเพลง เพราะเป็นแหล่งสร้างสรรค์ศิลปินระดับมากมาย

ขอบคุณรูปจาก http://insidenanabreadshead.com/2010/12/14/vacation-photos-part-4-esslingen-favorite-german-town-ever/
อันดับ 6 ประเทศตุรกี 35.7 ล้านคน
ประเทศที่ยังคงมีกลิ่นอายของความเก่าแก่อยู่ตลอด ถึงแม้เวลาจะผ่านไปกี่ปีที่นี่ก็ยังคงอนุรักษ์สถาปัตยกรรมต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม ที่นี่เหมาะสำหรับที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายแบบในเมือง และเมื่อได้มาเจอกับความสงบของตุรกีคงต้องอยากจะมาเที่ยวอีกหลายๆครั้ง

ขอบคุณรูปจาก http://www.articlesdiscussion.com/tourist-guide-first-time-visitors-turkey/
อันดับ 5 ประเทศอิตาลี 47.7 ล้านคน
ประเทศยอดนิยมของคู่รักที่จะไปสวีทกัน เพราะบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมนต์สะกดของความขลัง ที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับความสวยงามของบ้านเรือน แม่น้ำ ผู้คน และสิ่งมหัศจรรย์ของโลก แถมยังเหมาะกับคุณผู้หญิงบ้าช้อปปิ้งที่เชื่อว่าใครไปแล้วต้องอยากไปอีกแน่นอน

ขอบคุณรูปจาก http://www.worldcelebrationblog.com/europe-top-5-hookah-bars-in-rome-italy-shisha/
อันดับ 4 ประเทศจีน 55.7 ล้านคน
เรียกได้ว่าเป็นประเทศเริ่มต้นของคนที่จะไปเที่ยวต่างประเทศเลยก็ว่าได้ เป็นเพราะค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง แถมยังไม่ไกลจากบ้านเราอีกด้วย ทั้งยังเป็นแหล่งรวบรวมวัฒนธรรมต่างๆของโลกไว้ ความสวยงามของธรรมชาติก็ไม่แพ้ที่ใด และแน่นอนว่ามาครั้งเดียวคงเที่ยวได้ไม่ทั่ว

ขอบคุณรูปจาก http://mstecker.com/pages/china_fp.htm
อันดับ 3 ประเทศสเปน 60.7 ล้านคน
ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ฟุตบอลเท่านั้น แต่ความสวยงาม น่าค้นหาของประเทศนี้ก็โด่งดังไม่แพ้กัน ถึงทำเอามาอยู่ในอันดับ 3 ได้ ก็เพราะมีเมืองสวยๆให้เราได้ไปท่องเที่ยวได้อย่างไม่รู้จบ ที่มีให้เลือกทั้งทะเล ภูเขา และสถาปัตยกรรมทั้งสมัยใหม่ และแบบเก่าแก่ที่สามารถเลือกชมตามใจชอบ

ขอบคุณรูปจาก http://myspanishadventure.com/2012/top-5-things-to-see-and-do-in-alicante/
อันดับ 2 ประเทศสหรัฐอเมริกา 69.8 ล้านคน
ถ้าประเทศนี้ไม่ติด 1 ใน 5 ก็คงถือเป็นการจัดอันดับที่ไม่น่าเชื่อถือสุดๆ ก็แหม เป็นประเทศในดวงใจของใครหลายๆคนขนาดนี้คนก็ต้องไปเที่ยวเยอะเป็นธรรมดา เพราะมีหลากหลายสไตล์การเที่ยวให้เลือกทั้งช้อปปิ้ง เดินป่า ชมศิลปะ หรือดื่มด่ำไปกับความสวยงาม คึกคักของเมืองในยามค่ำคืน

ขอบคุณรูปจาก http://www.panoramio.com/photo/57666192
อันดับ 1 ประเทศฝรั่งเศส 84.7 ล้านคน
แถ่น แถ้น แทบจะไม่ต้องเอาว่าอันดับ 1 คือประเทศอะไร เพราะประเทศนี้น่าจะครองแชมป์มาอยู่นานพอตัว ด้วยความที่ประเทศผสมผสานไปด้วยความสวยงามของอารยธรรมแบบเก่าและแบบใหม่ได้อย่างลงตัว ทั้งยังมีจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายที่พอพูดชื่อขึ้นมาใครๆก็ต้องอยากไปกันทั้งนั้น!!

ขอบคุณรูปจาก http://www.orble.com/amazingpictures/
cr.บทความจาก Topten

เงินเดือนหมื่น 5 ก็ล่าเงินล้านได้ง่ายๆ

การมีเงินล้านบาทแรกในชีวิต คงเป็นความฝันของหลายๆ คน บ่อยครั้งที่เรามักท้อถอย คิดว่า ไม่สามารถมีเงินล้านได้ เพราะรายได้ไม่มาก แต่รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จริงๆ แล้ว การมีเงินล้านบาทแรกของชีวิตไม่ใช่สิ่งที่ยาก หากเรามีวินัยในการเก็บออมเงินและใช้จ่าย
1
ปัจจุบันเงินเดือนขั้นต่ำของคนที่จบปริญญาตรีอยู่ที่ 15,000 บาท หากเรามีการออมเงินเพียงเดือนละ 10% ของรายได้ โดยมีการนำเงินไปลงทุนในหุ้นหรือกองทุนหุ้น ซึ่งได้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี และเงินเดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5% การลงทุนอย่างสม่ำเสมอแบบนี้เป็นเวลา 15 ปี จะช่วยให้เราสามารถมีเงินล้านได้
อุปสรรคสำคัญที่ทำให้เราไม่สามารถมีเงินล้านได้คือ รายจ่ายต่างๆ ที่ทำให้ไม่สามารถลงทุนได้อย่างตั้งใจได้ ซึ่งในบางครั้งรายจ่ายก็มีมากเกินรายได้ ทำให้เราต้องนำเงินออมมาใช้หรือกู้หนี้ยืมสิน ดังนั้น เราจึงต้องมีการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ให้เกินงบที่ตั้งไว้ เช่น ถ้าตั้งใจว่าจะออมหรือลงทุนให้ได้เดือนละ 10% ของรายได้ หรือ 1,500 บาท เงินใช้จ่ายของเราก็ไม่ควรเกินเดือนละ 13,500 บาท
การทำบัญชีรับจ่ายเป็นประจำจะช่วยให้เราทราบว่า ในแต่ละเดือนเราหมดเงินไปกับรายจ่ายอะไรบ้าง จะได้ปรับลดให้เป็นไปตามงบที่ตั้งเอาไว้ การปรับลดในช่วงแรกๆ อาจทำได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการกินข้าวนอกบ้านน้อยลง หรือการลดปริมาณการซื้อเสื้อผ้า แต่ก็ขอให้อดทนไว้ เพื่อเป้าหมายเงินล้านบาทแรกของเรา
เมื่อเราสามารถลงทุนเดือนละ 10% ของรายได้อย่างที่ตั้งใจได้แล้ว วิธีที่จะช่วยให้เรามีเงินล้านได้เร็วขึ้นจาก 15 ปี คือ มีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตั้งใจทำงานประจำ เพื่อให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ได้รับค่าคอมมิชชันมากขึ้น หรือได้งานใหม่ที่เงินเดือนปรับเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการหาอาชีพเสริมทำในยามว่าง ก็จะเป็นวิธีที่ช่วยให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เรานำเงินไปลงทุนได้มากขึ้น และสามารถมีเงินล้านได้ก่อน 15 ปี
การมีเงินล้านไม่ใช่เรื่องยาก หากเรามีความตั้งใจที่จะออมเงินให้ได้ โดยสิ่งสำคัญคือ การมีวินัยในการออมหรือลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ใช่จะใช้เวลาเพียง 2-3 เดือน แต่ต้องใช้เวลาหลายปี จึงจะสามารถไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

เทคนิค
- สมัครใช้บริการซื้อกองทุนหุ้นอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน เพื่อสร้างวินัยในการลงทุน
- จดบันทึกรับจ่ายทุกวัน จะช่วยให้ทราบว่า รายจ่ายมีอะไรบ้าง จะได้ปรับลดให้เป็นไปตามงบที่ตั้งไว้
“หากเงินเดือน 15,000 บาท แล้วนำเงินไปลงทุนทุกเดือน 10% ของรายได้ในกองทุนหุ้น เป็นเวลา 15 ปี จะทำให้เราสามารถมีเงินล้านได้”

ที่มา
ปานตา ฉัตรมาศ
ฝ่ายวางแผนเเละให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล ธนาคารกสิกรไทย
 : มนุษย์เงินเดือน, วางแผนรวย, วิธีการเก็บเงิน, วิธีรวย, เคล็ดลับรวย

#IceBucketChallengeTH เหล่าคนดังเมืองไทยรับคำท้าเพียบ

#IceBucketChallengeTH เหล่าคนดังเมืองไทยรับคำท้า
#IceBucketChallengeTH เหล่าคนดังเมืองไทยรับคำท้า

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ ichitangroupคุณ dtac feel gooodคุณ อินดี้ ประเทศไทยคุณ TrueMoveH สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอมเฟซบุ๊ก วู้ดดี้เกิดมาคุย

            #IceBucketChallengeTH เหล่าคนดังเมืองไทยรับคำท้าเพียบ อาทิ คุณตัน ผู้บริหารทรู พร้อมส่งคำท้าภารกิจราดน้ำเย็นต่อ รายต่อไปคือ อากู๋ แกรมมี่ โน้ส อุดม ชมพู่ อารยา ผู้บริหารบุญรอด ซีอีโอ CAT GM Google Thailand  และญาญ่า

            ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหล่าคนดังทั่วโลกหลายคนต่างรับคำท้าร่วมภารกิจ#IceBucketChallenge จากสมาคมผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (ALS Assocition) กันอย่างมากมายเลยทีเดียว ซึ่งภารกิจดังกล่าวนั้น คือการเทน้ำเย็นเจี๊ยบราดทั้งตัวจนหนาวสั่น พร้อมบริจาคเงินตามศรัทธาให้มูลนิธิใด ๆ ก็ได้ตามชอบ และส่งคำท้าให้เพื่อนต่ออีก 3 คน ให้ทำตามภายใน 24 ชั่วโมง แต่ถ้าใครไม่ทำตามก็จะต้องบริจาคเงิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,000 บาท) เข้ากองทุนสมาคมผู้ป่วยแทนโรคเอแอลเอส งานนี้เหล่าคนดังทั่วโลกก็รับคำท้าราดน้ำเย็นแบบสุดขั้วมาให้ได้ชมกันเต็มเลยล่ะ แถมยังประชันไอเดียแบบเก๋กู๊ดแบบไม่มีใครยอมใคร [Ice Bucket Challenge คนดังแห่รับคำท้าภารกิจฮาราดน้ำเย็นรดตัว รณรงค์โรค ALS]
    
            ส่วนคนดังฝั่งไทยก็ขอร่วมภารกิจนี้เช่นเดียวกัน พร้อมติดแท็ก #IceBucketChallengeTHเริ่มต้นด้วยวู้ดดี้ พิธีกรฝีปากกล้า ในนามของรายการตื่นมาคุย แล้วก็ขอยื่นคำท้ากับ คุณตัน ภาสกร นที, จ๋า ยศสินี, โดม ปกรณ์ ลัม และหญิง รฐา

            โดยเมื่อวานนี้ (18 สิงหาคม 2557) คุณตันก็รับคำท้า พร้อมราดน้ำเย็นกันแบบซู่ซ่าเลยทีเดียว พร้อมท้า ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม หรือ อากู๋ แกรมมี่, โน้ส อุดม และชมพู่ อารยา ส่วนทางด้านสาวหญิง รฐา ก็รับคำท้าเช่นเดียวกัน ถึงไม่มีถังแต่ก็ดูเย็นสุดขั้วไม่เบา
            แต่ที่สร้างความฮือฮาสุด ๆ คงจะเป็นการรับคำท้าของ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ทำภารกิจ #IceBucketChallengeTH ราดน้ำเย็นกันหน้าบริษัท พร้อมบริจาคเงินจำนวน 1 ล้านบาท แถมยังส่งคำท้าไปยัง คุณจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ผู้บริหารบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, คุณกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ CEO CAT Telecom, คุณอริยะ พนมยงค์ GM Google Thailand และคนสุดท้าย สาวน้อยน่ารักอย่าง น้องญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ซึ่งงานนี้ถ้า 4 ท่านรับคำท้า คุณศุภชัยก็จะบริจาคเงินกับอีก 4 มูลนิธิ มูลนิธิละ 1 ล้านบาท !

            ด้านคุณสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ซีอีโอจาก AIS และคุณจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ซีอีโอ DTAC ก็ไม่น้อยหน้า ร่วมปฏิบัติภารกิจ #IceBucketChallengeTH กับเขาด้วยเหมือนกัน หลังได้รับคำท้าจาก ป้อม ภาวุธ จากตลาดดอทคอม

เจมส์ จิรายุ รับคำท้า #IceBucketChallengeTH
เจมส์ จิรายุ รับคำท้า #IceBucketChallengeTH

            และล่าสุด ดาราหนุ่มสุดฮอต เจมส์ จิรายุ ก็รับคำท้าจากคุณสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ซีอีโอจาก AIS ราดน้ำเย็นเจี๊ยบ ๆ ในตอนกลางคืนสามถังท้าหนาวสุด ๆ โดยท้าพี่ปิ๊ก ชาญฉลาด ผู้จัดการส่วนตัว, อิน บูโดกัน และวิลลี่ แมคอินทอช

            เอ้า...ต้องคอยจับตาดูกันว่า บรรดาผู้ถูกเสนอชื่อให้รับคำท้า จะกล้าเอาน้ำเย็นราดตัวหรือเปล่า ว่าแล้วเราไปดูวินาทีหนาวจับใจของผู้ที่ได้รับคำท้าเลยดีกว่า 













บูชาพระพิฆเนศเพื่อปัญญาและการหยั่งรู้

พระพิฆเณศ เป็นเทพในศาสนาฮินดู นับถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความรู้ เป็นผู้มีปัญญาเป็นเลิศ ปราดเปรื่องในศิลปวิทยาทุกแขนง เป็นหัวหน้านำคณะข้ามความขัดข้อง วันนี้้เรามีเรื่องการการบูชาองค์พระพิฆเณศมาฝากชาวสนุก!ดูดวงทุกท่าน 
พระพิฆเณศ
การบูชาพระพิฆเณศ เพื่อปัญญาและการหยั่งรู้ จึงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก พระพิฆเณศตามตำนานเป็นเทพแห่งปัญญาโดยชัดเจน จากเรื่องราวการเดินทางรอบโลกแข่งกันระหว่างพระพิฆเณศกับพระขันธกุมาร ทันทีที่พระอิศวรบัญชาว่าใครเดินทางรอบโลกครบ 7 รอบก่อนจะให้ผลมะม่วงแก่ผู้นั้น เมื่อพระขันธกุมารทรงนกยูงออกไปก่อน ในขณะที่พระพิฆเณศเลือกการทักษิณาวัตรพระอิศวรและพระอุมาซึ่งมีฐานะเป็นบิดามารดาของตนแล้วกล่าวตามเนื้อหาพระคัมภีร์ว่า ผู้ใดที่ทักษิณาวัตรบิดามารดาของตนเอง ย่อมเท่ากับผู้นั้นได้เวียนรอบโลก
เพราะว่าคุณของบิดามารดายิ่งใหญ่กว่าแผ่นดิน นี่คือการชี้คุณลักษณะพิเศษของปัญญาเคล็ดในการบูชาในวันนี้ห้ามมองพระจันทร์โดยเด็ดขาดไม่เช่นนั้น จะไม่สมหวังในพรที่ขอกลับจะโดนคำสาปแห่งองค์
พระพิฆเณศ
เครื่องบูชาขอพรอารตีไฟ* อ้อย กล้วย 1 หวี มะพร้าวแกงผ่าครึ่งซีกนำมาซ้อนกัน แล้วนำใบพลูมารองสักสามใบใส่ข้าวสาร เนย สำลี เพื่อใช้ในการจุดไฟบูชา(เวลาจุดจะใช้การบูรก็ได้)กระเพราะแดง 1 กำ ใช้ขอพร นมจืด 1 กล่อง ของทุกอย่าง จัดรวมในถาด เกินจากนี้จะมีผลไม้อื่นด้วยก็ได้เช่นสัปปะรดแบบมียอด ส้ม
ส่วนขนม ที่จะจัดบูชา ให้เป็นขนมต้มหรือขนมโมทกะ หากหาไม่ได้ ให้ใช้ข้าวสวยนำมาคลุกน้ำตาล เนยแล้วปั้นเป็นลูกกลมๆนำมาวางไว้บนดอกบัวสีแดงที่พับกลีบบูชาจำนวน 8 – 9 ลูก ขนมหวานอื่นๆ เช่น ทองหยอด ทองหยิบ ฯลฯจัดรวมพานให้พูนๆ เป็นจำนวน 2 พาน
จุดธูปกำยานบูชา ธูป 9 ดอก เทียนแดง 1 คู่ดอกไม้จัดเป็นดอกบัวแดงก็จะดี จากนั้นท่องคาถาบูชาองค์เทพ เป็นอันจบพิธี จบหลังการอารตี (อารตีคือการนำไฟ มาวนหน้าเทวรูปพระพิฆเนศให้นำมือไปอังไฟ แล้วนำมาเปิดตา ลูบศรีษะ เพื่อความเป็นมงคล
พระพิฆเณศ
วันบวงสรวงบูชา วันคเณศจตุรถี ตรงกับวันขึ้น 4 ค่ำเดือน 10 ถือเป็นวันกำเนิดแห่งองค์พระพิฆเนศ เป็นวันที่คนที่นับถือบูชาพระพิฆเนศจะทำพิธีเพื่อขอพรต่อพระองค์ในวันคเณศจตุรถีนี้ บรรดาผู้ศรัทธาในพระพิฆเณศ จะจัดหาเครื่องสังเวยมาถวายแด่พระพิฆเณศอย่างมากมาย
มีการสวดมนต์บูชาอย่างเต็มรูปแบบ ร้องรำทำเพลง จัดงานกันอย่างยิ่งใหญ่ตระการตานับตั้งแต่วันแรก ไปจนถึงวันสุดท้าย (พิธีกรรมจะมี 21 วัน) ผู้บูชาจะต้องถวายใบไม้แด่พระพิฆเนศ วันละ 1 ประเภท ถวายทุกวันไปจนครบ 21 วัน และใบไม้ 21 ประเภททั้งนี้ หากเราไม่ได้เข้าร่วมงานคเณศจตุรถี หรืออยากถวายใบไม้โดยไม่ต้องการรอให้ถึงวันคเณศจตุรถี ก็สามารถถวายได้ในทุกโอกาส โดยเลือกใบไม้ที่เราสามารถจัดหามาได้ ให้เด็ดมาหลายๆใบ จัดวางใส่จานให้สวยงาม
*หมายเหตุ
การอารตีไฟ คือ การนำไฟ มาวนหน้าเทวรูปพระพิฆเนศให้นำมือไปอังไฟ แล้วนำมาเปิดตา ลูบศรีษะ เพื่อความเป็นมงคล
บทความ อ. สิริชัย สุวรรณประภา
ขอบคุณข้อมูลจาก : www.horolive.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก : www.siamganesh.com